• อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา อาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญการตลาดออนไลน์ดิจิทัล
    27
    Dec

    โลกดิจิทัลในยุคของการค้นหาด้วยเสียง

    โลกดิจิทัลในยุคของการค้นหาด้วยเสียง สวัสดีกับการเริ่มต้นปีใหม่ 2024 ในยุคที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว วิธีที่ค้นหาข้อมูลในโลกออนไลน์มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วอย่างน่าประหลาดใจ ต้องยอมรับว่าปีนี้การสื่อสารออนไลน์เป็นกระแสนิยม นวัตกรรมและแพลตฟอร์มใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย เทคโนโลยีการค้นหาด้วยเสียอย่าง Siri และ Google Assistant  ทำให้ผู้คนจำนวนมากหันมาใช้อุปกรณ์สั่งงานด้วยเสียง  การเติบโตของอุปกรณ์ที่ใช้งานด้วยเสียงที่เปรียบเสมือนผู้ช่วยของเรา ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการค้นหาข้อมูลของเรา ตัวอย่างใน Google กับการใช้คำสั่ง “Hey Google” แล้วตามด้วยคำถามจะกลายเป็นวิธีค้นหาข้อมูลที่ใช้กันทั่วไป เบื้องหลังคืออัลกอริทึ่มการค้นหาด้วยเสียงของ Google จะใช้การประมวลผลจากภาษาปกติที่ใช้ทำความเข้าใจและให้ผลลัพธ์ที่ต้องการการสร้างเนื้อหาสำหรับการค้นหาด้วยเสียนั้นต้องทำความเข้าใจจุดประสงค์ของผู้ใช้โดยต้องสร้างเนื้อหาที่ตอบคำถามหรือความต้องการของผู้ใช้โดยตรง ใช้ภาษาธรรมชาติเขียนด้วยน้ำเสียงสนทนา เนื่องจากผู้คนใช้ภาษาที่เป็นธรรมชาติในการพูดมากกว่าการพิมพ์ หลีกเลี่ยงเนื้อหาทางเทคนิคหรือศัพท์เฉพาะมากเกินไป เน้นคำค้นหาสั้น ๆ ไม่ใช้คำถามแบบยาว ๆ คำตอบต้องกระชับ ใช้รายการ สัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อย และหัวข้อที่ชัดเจนเพื่อให้สามารถสแกนคำตอบได้ง่าย อัปเดตเนื้อหาให้ทันสมัยอยู่เสมออนาคตของการค้นหาด้วยเสียงจะมีการใช้งานที่เพิ่มขึ้นด้วยเทคโนโลยีและอุปกรณ์ทั้งที่บ้าน ที่ทำงานและพื้นที่สาธารณะเพื่อในง่ายต่อการใช้ชีวิต ความแม่นยำของเทคโนโลยีการจดจำเสียงจะดีขึ้น มีความเชี่ยวชาญมากขึ้นในการทำความเข้าใจและตอบสนองต่อภาษาและภาษาถิ่นหลายภาษา สนับสนุนการโต้ตอบผสมผสานเสียงเข้ากับอินพุตภาพและการสัมผัส การค้นหาด้วยเสียงจะมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นใช้โปรไฟล์ผู้ใช้แต่ละคนเพื่อเสนอคำแนะนำ ผลการค้นหา และประสบการณ์ให้เหมาะสม  การช้อปปิ้งและการทำธุรกรรมด้วยเสียงจะกลายเป็นเรื่องธรรมดามากขึ้น ผู้ใช้จะสามารถสั่งซื้อสินค้า ทำการจอง และดำเนินการซื้อผ่านคำสั่งเสียงได้ การค้นหาด้วยเสียงจะถูกรวมเข้ากับอุปกรณ์และยานพาหนะมากขึ้น เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายการค้นหาด้วยเสียงจะเป็นส่วนสำคัญในการใช้งานด้านการดูแลสุขภาพ ตั้งแต่การเข้าถึงข้อมูลทางการแพทย์ไปจนถึงการนัดหมายและติดตามสภาวะสุขภาพผ่านอุปกรณ์ที่สั่งงานด้วยเสียง เทคโนโลยีเสียงจะยังคงเป็นประโยชน์ต่อผู้พิการ โดยช่วยให้พวกเขาสามารถโต้ตอบกับอุปกรณ์ดิจิทัลและเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น การค้นหาด้วยเสียงจะกลายเป็นคุณสมบัติสำคัญของอุปกรณ์สวมใส่ เช่น สมาร์ทวอทช์ และแว่นตาความเป็นจริงเสริม (AR) ซึ่งขยายการใช้งานไปสู่บริบทใหม่ เทคโนโลยีเสียงจะเข้ามามีบทบาทในด้านการศึกษา ช่วยเหลือนักเรียนในการบ้าน การเรียนรู้ภาษา ...
  • สร้างมรดกสมุนไพรไทยพื้นบ้านโลดทะนงแดงนางแซง soft power บุกตลาดโลก
    26
    Dec

    สร้างมรดกสมุนไพรไทยพื้นบ้านโลดทะนงแดงนางแซง soft power บุกตลาดโลก

    สร้างมรดกสมุนไพรไทยพื้นบ้านโลดทะนงแดงนางแซง soft power บุกตลาดโลก สวัสดีครับ หากพูดถึง “soft power” เป็นเทรนด์ที่ถูกพูดถึงค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในเอเชีย ซึ่งเป็นทวีปที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมสูงโดยเฉพาะประเทศไทยเรา “อาหาร” เป็นหนึ่งในสินค้าที่นิยมนำมาใช้เป็น soft power สร้างชื่อให้กับประเทศ เช่น ต้มยำกุ้ง แกงเขียวหวาน ผัดไทย ผัดกะเพรา แกงเผ็ดเป็ดย่าง ต้มข่าไก่ ยำเนื้อ หมูสะเต๊ะ ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ และแกงพะแนง เมื่อย้อนกลับมามองก็พบว่า อาหารไทยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นจุดสร้างมูลค่าให้กับประเทศ แต่มีสิ่งหนึ่งที่มีคุณค่ามหัศจรรย์ไม่แพ้อาหารไทย และเป็นมรดกที่สืบทอดกันมากอย่างช้านานนั้นคือ “สมุนไพรไทยพื้นบ้าน” เช่น ขิง ฟ้าทลายโจร ขมิ้นชัน ไพล ใบบัวบก กระชายดำ กระเทียม พริกไทย และสมุนไพรอื่น ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนทั่วโลกกำลังมองหาเพื่อนำไปใช้ในชีวิตทั้ง กิน ดื่ม และใช้ดูแลรักษาสุขภาพของตนเองด้วยธรรมชาติ โดยที่สมุนไพรไทยเป็นหนึ่งในวัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีคุ่ณค่า และมีสรรพคุณที่ดี เช่น ว่านหางจระเข้ ขมิ้น ได้รับความนิยมในแวดวงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ความสวย ความงาม นำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สปา สมุนไพรแปรรูป เครื่องดื่ม ยาและอาหารเสริม ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ทำให้วันนี้ผมอยากให้เห็นโอกาสคุณค่ามรดกสมุนไพรไทยที่สามารถสร้างเศรฐกิจให้ประเทศได้ ...
  • สืบสานสร้างมรดกสมุนไพรไทยสู่พลัง Soft Power ไทยแลนด์
    22
    Dec

    สืบสานสร้างมรดกสมุนไพรไทยสู่พลัง Soft Power ไทยแลนด์

    สวัสดีครับ…บทความนี้เป็นการสร้างพลังสมุนไพรไทยสู่ Soft Power ไทยแลนด์ คำว่า“Soft Power” นั้นหมายถึง การใช้อิทธิพลทางวัฒนธรรม การกิน การดื่ม วิถีชีวิต หรือความเชื่อ นำเสนอผ่านสื่อ หรือผลงานในรูปแบบต่างๆ เพื่อโน้มน้าวใจ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านความคิด หรือพฤติกรรมความชอบให้หันมาสนใจสิ่งเหล่านั้น ๆ กันมากขึ้นเราจะเห็นได้จากหลายประเทศในโลกนี้ที่ใช้อิทธิพล Soft Power เปลี่ยนแปลงทางความคิดและพฤติกรรมของผู้คนให้หันมาสนใจประเทศของเขา อย่างเช่น ประเทศสหรัฐอเมริกาใช้ภาพยนตร์เป็น Soft power ตัวอย่างพวกหนัง Hollywood กัปตันอเมริกาเป็นฮีโร่กู้โลก หรือจะเป็นประเทศอังกฤษก็ใช้กี่ฬาเป็น Soft power อย่างฟุตบอลพรีเมียร์ลีก หรืออย่างในเอเชียเราอย่างประเทศญี่ปุ่นตอนนี้ที่มาแรงใช้อาหารซูชิเป็น Soft power  หรือแม้อย่างเกาหลีก่อนหน้านี้ใช้อุตสาหกรรมบันเทิงดนตรี Kpop ตอนนี้หันมาสร้างกระแส Soft power เป็นหนังภาพยนตร์ซีรีส์ ซึ่งประเทศที่กล่าวมานั้นเป็นประเทศอันดับต้นๆของโลกในเรื่อง Soft Power ซึ่งประเทศไทยอยู่ในอันดับ 41 ของโลก ในปีนี้อ้างอิงจากผลการสำรวจ Global Soft Power Summit 2023 โดยที่ประเทศไทยมีความโดดเด่นเรื่องอาหารการกิน ศิลปวัฒนธรรม มรดกทางประวัติศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ ผู้คนยิ้มแย้มอัธยาศัยดี มีศิลปะการต่อสู้เลื่องชื่ออย่างมวยไทย ถึงแม้ตำแหน่งของไทยในจากผลการสำรวจซอฟต์เพาเวอร์โลกจะไม่สูงมาก ...
  • อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา ให้สัมภาษณ์ในรายการ “มอนิ่งแมกกาซีน”
    15
    Dec

    ขอเชิญรับชม อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา ให้สัมภาษณ์ในรายการ “มอนิ่งแมกกาซีน” วิทยุแห่งประเทศไทย

    ขอเชิญรับชม รับฟัง รายการวิทยุแห่งประเทศไทย Radio Thailand ในรายการ “มอนิ่งแมกกาซีน”สัมภาษณ์สด อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา ผู่ร่วมรายการ และ คุณภูสิต ธวัชวิเชียร ผู้ดำเนินรายการ กับประเด็น “สมุนไพรพื้นบ้านโลดทะนงแดงหรือนางแซง กับแนวทาง soft power สู่ตลาดโลก” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ สวท.FM.105 ในวันส.-อ. 16-17 ธ.ค. 66 เวลา 06.10-07.00น. ฝากติดตามความรู้ดี ๆ สืบสานมรดกสมุนไพรไทยด้วยพลังขับเคลื่อนจากอิทธิพลของการสื่อสารผ่านออนไลน์ไปสู่ Soft Power ตลาดโลกครับ
  • อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ สวท.FM.93.5 ในรายการ “คุยข่าวเล่าเรื่อง”
    15
    Dec

    สัมภาษณ์สด อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ สวท.FM.93.5 ในรายการ “คุยข่าวเล่าเรื่อง”

    สัมภาษณ์สด อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา อาจารย์และวิทยากรด้านการตลาดออนไลน์ ในรายการวิทยุแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ “คุยข่าวเล่าเรื่อง”ในประเด็น”สมุนไพรพื้นบ้านโลดทะนงแดงหรือนางแซง กับแนวทาง soft power สู่ตลาดโลก” ดำเนินรายการโดยคุณภูสิต ธวัชวิเชียร ผู้ดำเนินรายการทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ สวท.FM.93.5
  • อ.ต้นรัก รวมใจคนไทยไม่ทิ้งกัน NBT
    5
    Dec

    รายการ “รวมใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” NBT Central โดยอ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา ให้สัมภาษณ์

    รายการ “รวมใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” NBT Central โดยอ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา ให้สัมภาษณ์ ประเด็นสืบสานมรดกสมุนไพรไทยด้วยการใช้การสื่อสารผ่านออนไลน์สานพลังสมุนไพรเทรนด์สุขภาพคนไทยสู่ชาวโลก โดย อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา อาจารย์ วิทยากรการตลาดออนไลน์
  • อ.ต้นรัก พลัง Soft Power ไทยแลนด์”
    5
    Dec

    ออกอากาศสดให้สัมภาษณ์ ประเด็น “สืบสานสร้างมรดกสมุนไพรไทยสู่พลัง Soft Power ไทยแลนด์” อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา อาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญการตลาดออนไลน์ดิจิทัล

    ออกอากาศสดให้สัมภาษณ์ ประเด็น “สืบสานสร้างมรดกสมุนไพรไทยสู่พลัง Soft Power ไทยแลนด์” อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา อาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญการตลาดออนไลน์ดิจิทัล รายการคุยหลังข่าว ช่อง NBT 11 Central ประเด็น “สืบสานสร้างมรดกสมุนไพรไทยสู่พลัง Soft Power ไทยแลนด์” ตามแนวทาง Soft Power ของไทยที่ส่งเสริมวัฒนธรรม 5 รูปแบบ 1. อาหาร (Food) 2. ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (Film) 3. การออกแบบแฟชั่นไทย (Fashion) 4. ศิลปะการป้องกันตัวแบบไทย (Fighting) 5. เทศกาล (Festival) ขับเคลื่อนการสื่อสารองค์ความรู้สมุนไพรไทยสู่สากลด้วยช่องทางออนไลน์ Soft Power สมุนไพรไทย คือ การใช้อิทธิพลทางวัฒนธรรมของวิถีชีวิตของคนไทยโบราณที่ใช้สมุนไพรในการช่วยรักษาสุขภาพรักษาชีวิตหรือความเชื่อ นำเสนอผ่านสื่อ หรือผลงานในรูปแบบต่างๆ เพื่อโน้มน้าวใจ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านความคิด หรือพฤติกรรมความชอบให้หันมาสนใจสมุนไพรมรดกไทย อ.ดร.ต้นรัก
  • บทความหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์ : หนังสือพิมพ์รายปักษ์ เพื่อการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาประเทศ สู่ความเข้มแข็งและมั่นคง. โดย อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา อาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญการตลาดออนไลน์ดิจิทัล คอลัมนิสต์บทความหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์
    5
    Dec

    ทิศทางภูมิทัศน์ดิจิทัล 2024

    ทิศทางภูมิทัศน์ดิจิทัล 2024 สวัสดีครับ…เวลาที่เรามีความสุขกับการใช้ชีวิตบนโลกใบนี้อยู่กับเทคโนโลยีมันช่างเดินทางเร็วเหลือเกิน ปุบปับ…ปุ๊บปั๊บ…ก้าวมาถึงปลายปี 2023 ในขณะที่เทคโนโลยียังคงก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน จนจะก้าวเข้าสู้ปี 2024 เทคโนโลยีก็ยังไม่หยุดยั้ง ถึงเวลาที่เราต้องมาสำรวจเทรนด์ใหม่ ๆ ที่จะกำหนดทิศทางภูมิทัศน์ดิจิทัลของเรากันครับ เทรนด์เทคโนโลยีที่สำคัญที่ควรจับตามองยังคงไม่พ้นปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปจนถึงความเป็นจริงเสริม (AR) แน่นอนครับว่าทุกสิ่งที่ขับเคลื่อนด้วย AI และ AI ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่เป็นเรื่องของแอปพลิเคชันที่กำลังขยายตัวอยู่ตลอดเวลาในปี 2024 AI จะถูกบูรณาการเข้ากับชีวิตประจำวันของเราได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้นตั้งแต่การแนะนำเนื้อหาส่วนบุคคลไปจนถึงงานศิลปะที่สร้างโดย AI และแม้แต่การวินิจฉัยด้านการดูแลสุขภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทั้งหมดนี้พร้อมที่จะปฏิวัติอุตสาหกรรมด้านสุขภาพทั่วโลกแนวคิดของโลกเสมือนหรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ Metaverse และ AR หลังจากนี้จะเป็นจักรวาลดิจิทัลที่ผู้ใช้สามารถโต้ตอบและทำงานร่วมกันได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นกว่าเดิม ความเสมือนจริงในโลก metaverse จะมีบทบาทสำคัญในการทำให้เส้นแบ่งระหว่างความเป็นจริงทางกายภาพและความเป็นจริงทางดิจิทัลผสมกลมกลืนจนเป็นสิ่งเดียวกันและการเชื่อมต่อของเทคโนโลยี 5G รับประกันได้เลยหลังจากนี้จะมีความเร็วอินเทอร์เน็ตที่รวดเร็วและความหน่วงที่ต่ำกว่าเดิม ซึ่งสิ่งนี้แหละครับ…จะทำให้เกิดความก้าวหน้าในเรื่องอินเทอร์เน็ตในทุกสิ่งหรือ IoT (Internet of Things) ธุรกิจยานยนต์จะเป็นระบบอัตโนมัติไร้คนขับและการประมวลผลข้อมูลจะเป็นแบบเรียลไทม์ แม้แต่เรื่องบล็อกเชนกับสกุลเงินดิจิทัลอย่าง Bitcoin ก็ขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยของแอปพลิเคชันในการจัดการห่วงโซ่อุปทานในเรื่องการยืนยันตัวตนดิจิทัลและความปลอดภัยในข้อมูลซึ่งเรื่องนี้ต้องให้ความสำคัญและติดตามกันต่อไปหลังจากนี้ ด้วยข้อมูลออนไลน์ที่มากขึ้นกว่าที่เคย ความปลอดภัยทางไซเบอร์ยังคงมีความสำคัญสูงสุด การตรวจจับภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วย AI การรับรองความถูกต้องด้วยไบโอเมตริกซ์ และระบบความปลอดภัยแบบกระจายอำนาจจะมุ่งเน้นจริยธรรมและกฎระเบียบด้านเทคนิค เมื่ออิทธิพลของเทคโนโลยีเติบโตขึ้น ก็จะมีการตรวจสอบ AI ตามหลักจริยธรรม ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล และสิทธิ์ดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น รัฐบาลและองค์กรต่างๆ จะต้องจัดทำกฎระเบียบที่ชัดเจนเพื่อการใช้เทคโนโลยีที่ยั่งยืนในขณะที่ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น อุตสาหกรรมเทคโนโลยีก็มีความก้าวหน้าในด้านความยั่งยืน ตั้งแต่ศูนย์ข้อมูลที่ประหยัดพลังงานไปจนถึงอุปกรณ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คาดการว่าจะมีโซลูชั่นเทคโนโลยีสีเขียวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วให้เราได้เห็นกันแน่นอน  เรื่องของคอมพิวเตอร์ควอนตัมน่าจับตามองมากจากนี้ไป แม้ว่าจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ...
  • บทความหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์ : หนังสือพิมพ์รายปักษ์ เพื่อการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาประเทศ สู่ความเข้มแข็งและมั่นคง. โดย อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา อาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญการตลาดออนไลน์ดิจิทัล คอลัมนิสต์บทความหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์
    27
    Nov

    มาดีท็อกซ์ดิจิทัลเพื่อชีวิตที่ดีกันเถอะ…

    มาดีท็อกซ์ดิจิทัลเพื่อชีวิตที่ดีกันเถอะ…! ดีท็อกซ์ดิจิทัล หมายถึงช่วงเวลาที่เราเว้นจากการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยี เช่น สมาร์ทโฟน โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และเว็บไซต์โซเชียลมีเดีย เป็นการ “การล้างสารพิษ” จากอุปกรณ์ดิจิทัลมักถูกมองว่าเป็นวิธีหนึ่งในการมุ่งเน้นไปที่ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมในชีวิตจริงโดยไม่มีสิ่งรบกวนสมาธิ อย่างน้อยก็เป็นการชั่วคราวที่เราเว้นว่างจากการอยู่กับอุปกรณ์ดิจิทัลเพื่อลดความเครียดที่เกิดจากการเชื่อมกับโลกดิจิทัลอยู่อย่างต่อเนื่อง ในโลกดิจิทัลและสังคมดิจิทัลก่อนที่เราจะตัดสินใจว่าการใช้อุปการณ์ดิจิทัลนี้เหมาะกับเราหรือไม่ ให้พิจารณาถึงประโยชน์ที่เป็นไปได้กับเรา การเชื่อมต่อและดื่มด่ำไปกับโลกดิจิทัลเป็นเพียงส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน จากการวิจัยของบริษัท Nielsen พบว่าผู้ใหญ่ชาวอเมริกันโดยเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 11 ชั่วโมงต่อวันในการฟัง ดู อ่าน หรือโต้ตอบกับสื่อในโลกออนไลน์ การใช้อุปกรณ์มากเกินไปเพิ่มความเครียดให้กับชีวิตในบางสถานการณ์ เราอาจรู้สึกเหมือนกำลังติดอุปกรณ์ดิจิทัลนั้นอยู่ แม้ว่าการติดเทคโนโลยีจะไม่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็นความผิดปกติ แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่าการใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์มากเกินไปแสดงถึงการเสพติดทางดิจิทัลเป็นพฤติกรรมอย่างแท้จริง ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาทางร่างกาย จิตใจ และสังคมได้ ซึ่งสัญญาณที่บ่งบอกว่าเราอาจต้องได้รับการดีท็อกซ์ดิจิทัลกันบ้างเมื่อเราอยู่ในโลกออนไลน์ให้เราลองสังเกตตัวเราดังนี้1.เรารู้สึกวิตกกังวลหรือเครียดหากหาโทรศัพท์ไม่พบหรือไม่2.เรารู้สึกว่าจำเป็นต้องตรวจสอบโทรศัพท์ของเราทุกๆ สองสามนาทีหรือไม่3.เรารู้สึกหดหู่ วิตกกังวล หรือโกรธหลังจากมราเราใช้เวลากับโซเชียลมีเดียหรือไม่4.เราหมกมุ่นอยู่กับจำนวนไลค์ แสดงความคิดเห็น หรือแชร์ต่อในโพสต์โซเชียลของเราหรือไม่5.เรากลัวว่าเราจะพลาดบางสิ่งบางอย่างหากเราไม่ตรวจสอบอุปกรณ์ของเราต่อไปหรือไม่6.เรามักจะพบว่าตัวเรานอนดึกหรือตื่นแต่เช้าเพื่อเล่นโทรศัพท์7.เรามีปัญหาในการจดจ่อกับสิ่งหนึ่งโดยไม่ต้องตรวจสอบโทรศัพท์ของเราหรือไม่แล้วถ้าเรามีสัญญานเหมือนข้อหนึ่งข้อใดแล้วเราควรจะทำอย่างไรลองมาดูวิธีการทำดีท็อกซ์ดิจิทัลกันครับ1.ให้เราจำกัดเวลาที่เราจะให้เทคโนโลยีดิจิทัลในช่วงเวลาของแต่ละวัน เช่น ฟังเพลงจากเพลย์ลิสต์ในแอป ขณะออกกำลังกายเมื่อเสร็จ ลองตั้งโทรศัพท์ให้เป็นโหมดเครื่องบิน airplane mode จะได้ไม่ถูกกวนโดยข้อความหรือการแต้งเตือนจากแอปต่าง ๆ 2. ตัดสิ่งรบกวนใจโดยเราลองเลือกปิดการแจ้งเตือนแบบพุชบนโทรศัพท์หรือจากแอปโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Instagram, Twitter, Pinterest และเว็บไซต์ข่าวต่าง ๆ ที่จะส่งการแจ้งเตือนทุกครั้งที่โพสต์ใหม่3.  เราอาจต้องอดใจใช้อุปกรณ์ดิจิทัลไปสักระยะหนึ่ง ทั้งโทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ และโซเชียลมีเดีย โดยวางแผนว่าเราจะเลือกใช้วันไหนแล้วหยุดใช้วันไหน ในหนึ่งสัปดาห์เราลองเลือกหยุดสักวัน ...
  • บทความหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์ : หนังสือพิมพ์รายปักษ์ เพื่อการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาประเทศ สู่ความเข้มแข็งและมั่นคง. โดย อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา อาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญการตลาดออนไลน์ดิจิทัล คอลัมนิสต์บทความหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์
    27
    Nov

    แนะเยาวชนเสพสื่อสงครามบนโซเชียลมีเดียนี่คือสิ่งที่ผู้ปกครองควรรู้และแนะนำ

    แนะเยาวชนเสพสื่อสงครามบนโซเชียลมีเดียนี่คือสิ่งที่ผู้ปกครองควรรู้และแนะนำ เด็ก ๆ กำลังดูสงครามบนโซเชียลมีเดียและนี่คือสิ่งที่ผู้ปกครองควรรู้และแนะนำ ภายหลังการโจมตีอิสราเอลอย่างร้ายแรงของกลุ่มฮามาส ภาพและคลิปของเนื้อหาความรุนแรงในสงครามได้แพร่กระจายไปตามสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่น Facebook, Instagram, Twitter และ TikTok ชาวอิสราเอลและปาเลสไตน์มากกว่า 1,000 คนเสียชีวิตอันเป็นผลมาจากการโจมตีและการตอบโต้ทางทหารของอิสราเอล วิดีโอไม่เพียงแต่การโจมตีที่มีผู้เสียชีวิตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวิดีโอของผู้ก่อการร้ายฮามาสที่ลักพาตัวผู้ชาย ผู้หญิง และเด็กยังได้แพร่สะพัดทางออนไลน์ นอกเหนือไปจากวิดีโอเหตุระเบิดในฉนวนกาซา หนึ่งในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในโลก ความขัดแย้งของสงครามระหว่างอิสราเอลและฮามาสไม่ใช่เด็กเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ถูกเปิดเผยเสนอผ่านโซเชียลมีเดียในขณะที่ความขัดแย้งต่างๆ  เกิดขึ้นทั่วโลกและแสดงให้เห็นภาพความรุนแรงของความขัดแย้งเหล่านั้นทางออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดียสิ่งที่ผู้ปกครองควรทำและให้คำแนะนำเด็ก ๆ คือ1.เลื่อนดูไปพร้อมกับเด็ก ๆ หากผู้ปกครองอนุญาตให้บุตรหลานของตนใช้โซเชียลมีเดีย สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าบัญชีใดที่พวกเขาติดตามและข้อมูลใดที่พวกเขากำลังเข้าถึงจำเป็นต้องปกป้องเด็ก ๆ จากเหตุการณ์ปัจจุบันในยุคของออนไลน์ ผู้ปกครองต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและค้นหาข้อมูลที่เชื่อถือได้นั่งคุยกับเด็กๆ และเลื่อนดูฟีดโซเชียลมีเดียไปด้วยกันและจำกัดและกำหนดเวลาในการเข้าดูโซเชียลมีเดียของเด็ก ๆ ด้วย2. ถามคำถามอยากรู้อยากเห็นการถามคำถาม “อยากรู้อยากเห็น” เป็นวิธีที่ดีในการเริ่มการสนทนา อาจกริ่น “ในสถานการณ์วันนี้มีเรื่องมากมายเกิดขึ้นในโลก” เช่น “หนูได้ยินอะไรบ้างที่โรงเรียน” (หรือ) “หนูเห็นภาพอะไรบนโซเชียลมีเดียบ้าง” ปล่อยให้เด็กได้พูดได้เล่า3. สนทนาต่อไป เน้นยำถึงความสำคัญในสิ่งที่เด็กพูดออกมาก “หนูเห็นคนตายในสงคราม” ผู้ปกครองสนทนาให้ความรู้เรื่องความรุนแรงการใช้กำลังในสงคราม4. แสดงให้ฉันเห็นว่าอะไรน่ากลัว ถามเด็ก ๆ ว่าเห็นภาพความรุนแรงนั้นมาจากไหน ขอให้เด็กแสดงภาพหรือวิดีโอที่เขาหรือเธอเห็นว่าน่ากลัวทางออนไลน์หรือบนโซเชียลมีเดียถามพวกเขาว่าพวกเขาคิดอย่างไร “น่ากลัวไหม” หากเด็กมองว่าวิดีโอหรือภาพถ่ายเหล่านั้นน่ากลัวให้ถาม “ว่าทำไมพวกเขาถึงสนใจพวกเขาตั้งแต่แรก” สอนพวกเขาไม่ควรแชร์ให้พวกเขาเรียนรู้ที่จะซ่อนเนื้อหานั้นบนโซเชียลมีเดียด้วย5.สอนเรื่องข้อมูลที่ผิดผู้ปกครองควรแจ้งให้เด็กๆ ทราบเกี่ยวกับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ...