ผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงานและอนาคตอาชีพ เตรียมตัวอย่างไรไม่ให้ตกยุค…? บทความหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์ รายปักษ์ วันที่ 16-31 สิงหาคม 2568 โดยคอลัมนีสต์ อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา ที่ปรึกษาประจำคณะอนุกรรมการศึกษาการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เท่าทันต่อโลกดิจิทัลรัฐสภา

สวัสดีครับทุกท่าน ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ผู้คนจำนวนไม่น้อยอาจตั้งคำถามว่า “AI จะมาแย่งงานเราหรือไม่…?” หรือ “อาชีพของเราจะอยู่รอดในโลกที่ AI เข้ามามีบทบาทได้อย่างไร…?” ในฐานะที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการศึกษาการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เท่าทันต่อโลกดิจิทัล ผมขอชวนพี่น้องข้าราชการและประชาชนในท้องถิ่น มาร่วมกันทำความเข้าใจถึงผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงาน และเตรียมพร้อมรับมือเพื่ออนาคตที่ดีกว่า
AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่กำลังแทรกซึมอยู่ในทุกอณูของการทำงานและชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นระบบอัตโนมัติในโรงงานอุตสาหกรรม, โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่, ผู้ช่วยเสมือน (Virtual Assistant) หรือแม้แต่ระบบที่ช่วยคัดกรองเอกสารต่างๆ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดภาระงานซ้ำซ้อน และประมวลผลข้อมูลที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว
แล้วงานประเภทไหนที่ AI เข้ามาแทนที่ได้ง่าย…? โดยทั่วไปแล้ว AI จะเข้ามามีบทบาทในงานที่เน้นการทำซ้ำๆ มีกฎเกณฑ์ชัดเจน และไม่ต้องการความคิดสร้างสรรค์หรือการตัดสินใจที่ซับซ้อน เช่น งานป้อนข้อมูล, งานธุรการบางประเภท, หรืองานบริการลูกค้าในรูปแบบที่ไม่ซับซ้อนมากนัก
แม้ AI จะเข้ามาแทนที่งานบางส่วน แต่ในทางกลับกัน มันก็ สร้างงานใหม่ ๆ ขึ้นมาอีกมากมาย อาชีพที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา AI การดูแลระบบ AI การวิเคราะห์ข้อมูลที่ AI สร้างขึ้น หรือแม้แต่งานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน และทักษะการสื่อสารระหว่างบุคคล ยังคงมีความต้องการสูง ยกตัวอย่าง เช่น
1.ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และ Data Scientist ซึ่งหมายถึง ผู้ที่ออกแบบ พัฒนา และดูแลระบบ AI รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาInsight
2. Prompt Engineer หรือผู้ที่มีความเข้าใจในการสั่งการ AI ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามวัตถุประสงค์
3. AI Ethicist ผู้ที่รับผิดชอบเรื่องจริยธรรมของ AI เพื่อให้มั่นใจว่าการใช้งาน AI นั้นยุติธรรมและไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคม
4. อาชีพที่ต้องใช้ทักษะมนุษย์ขั้นสูง เช่น แพทย์, ครู, นักจิตวิทยา, หรือศิลปิน ที่ยังคงต้องการการสัมผัสและความเข้าใจในอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์
แลัวเราจะเตรียมตัวอย่างไรไม่ให้ตกยุค…? สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การต่อต้าน AI แต่คือการ ปรับตัวและเรียนรู้ร่วมกับ AI เพื่อให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างเต็มที่ สำหรับข้าราชการและประชาชนทั่วไป นี่คือ ทักษะที่จำเป็นในยุค AI
1.ทักษะด้านดิจิทัล (Digital Literacy) ไม่จำเป็นต้องเป็นโปรแกรมเมอร์ แต่ควรมีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล และพร้อมที่จะเรียนรู้เครื่องมือใหม่ๆ
2. การเรียนรู้และปรับตัวตลอดชีวิต (Lifelong Learning & Adaptability) โลกกำลังเปลี่ยนเร็วมาก เราต้องพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และพัฒนาทักษะอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการอบรม สัมมนา หรือเรียนรู้ด้วยตัวเอง
3. ทักษะการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา (Critical Thinking & Problem Solving) AI อาจช่วยหาคำตอบได้ แต่การตั้งคำถามที่ถูกต้อง การวิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีวิจารณญาณ และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนยังคงเป็นบทบาทสำคัญของมนุษย์
4. ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity & Innovation) AI สามารถสร้างงานเลียนแบบได้ แต่การคิดนอกกรอบ การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และการนำเสนอไอเดียที่ไม่เหมือนใคร ยังเป็นจุดแข็งของมนุษย์
5. ทักษะทางสังคมและอารมณ์ (Social & Emotional Intelligence) การทำงานร่วมกับผู้อื่น การสื่อสาร การสร้างความสัมพันธ์ และการเข้าใจอารมณ์ความรู้สึก ยังเป็นสิ่งที่ AI ไม่สามารถทำได้ดีเท่ามนุษย์
สำหรับข้าราชการท้องถิ่น การนำ AI มาประยุกต์ใช้ในงานบริการประชาชน เช่น ระบบการจัดการเอกสารอัตโนมัติ การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อวางแผนพัฒนาท้องถิ่น หรือการตอบคำถามประชาชนเบื้องต้น จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและยกระดับการให้บริการได้เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การพัฒนาทักษะที่กล่าวมาข้างต้น จะช่วยให้ท่านเป็นบุคลากรที่มีคุณค่า และพร้อมรับมือกับทุกการเปลี่ยนแปลง
ซึ่งแน่นอนว่า AI กำลังเปลี่ยนแปลงโลก แต่ผู้ที่ปรับตัวและเรียนรู้เท่านั้นที่จะสามารถคว้าโอกาสและเติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีได้ อย่ากลัว AI แต่จงเรียนรู้ที่จะเป็น “ผู้ที่ทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างชาญฉลาด” เพื่ออนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนของทุกคนในท้องถิ่นของเราครับ
บทความหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์ : หนังสือพิมพ์รายปักษ์ ประจำปลายดือน 16-31 สค 68 เพื่อการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาประเทศ สู่ความเข้มแข็งและมั่นคง. เรื่อง “ผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงานและอนาคตอาชีพ เตรียมตัวอย่างไรไม่ให้ตกยุค…?” โดย อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา ปรึกษาประจำคณะอนุกรรมาธิการ ศึกษาการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เท่าทันต่อโลกดิจิทัลสภาผู้แทนราษฎร อาจารย์สอนด้านการตลาดออนไลน์ ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญการตลาดออนไลน์ดิจิทัล คอลัมนิสต์บทความหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์วิทยากรหลักสูตร PDPA คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และที่ปรึกษาผู้ประกอบการยุคใหม่ ที่ปรึกษาผู้ประกอบการ SMEs อดีตกูรูที่ปรึกษาด้านดิจิทัล SCB Business Center ธนาคารไทยพาณิชย์และอดีตคณบดีฝ่ายสื่อสารและพัฒนาแบรนด์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
คลิก โหลดอ่านฉบับเต็มหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์ ฟรี คอลัมนีสต์ อ.ดร.ต้นรัก













