พัฒนาคน พัฒนาเมือง เมื่อท้องถิ่นต้องเป็นผู้นำสร้าง “AI Literacy” ให้คนในชุมชน บทความประจำต้นเดือน 1-15 สิงหาคม 2569โดยคอลัมนีสต์ อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา วิทยากรและอาจารย์สอนผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ AI อีคอมเมิร์ซ การตลาดออนไลน์ และ ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการศึกษาการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เท่าทันต่อโลกดิจิทัล

สวัสดีครับในยุคที่เทคโนโลยีหมุนไวเสียจนหลายคนตามแทบไม่ทัน คำว่า “AI” หรือ ปัญญาประดิษฐ์ ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันในภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ และไม่ใช่เรื่องไกลตัวของคนในเมืองใหญ่อีกต่อไป วันนี้ AI แฝงตัวอยู่ในชีวิตประจำวันของเราทุกคนอย่างแนบเนียน ตั้งแต่การจัดระเบียบฟีดบนสื่อสังคมออนไลน์ แอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน การนำทาง ไปจนถึงเรื่องที่น่ากลัวอย่าง “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ที่ใช้เทคโนโลยี AI เลียนเสียงเป็นบุคคลใกล้ชิดมาหลอกลวงเอาเงินจากคนในชุมชน
คำถามสำคัญคือ “คนในท้องถิ่นของเรา พร้อมรับมือและใช้ประโยชน์จาก AI แล้วหรือยัง…?”
หากคำตอบคือ “ยัง” นี่คือสัญญาณเตือนภัยเงียบที่จะสร้าง “ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล Digital Divide” ให้กว้างขึ้นเรื่อย ๆ คนในชุมชนที่ขาดความเข้าใจจะเสียเปรียบทั้งในแง่การทำมาหากิน และตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้ง่ายขึ้น และผู้ที่จะเข้ามาปิดช่องว่างนี้ได้ดีที่สุดก็คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)
ทำไมต้องเป็น “อปท.”…?
ที่ผ่านมาเมื่อพูดถึงการพัฒนาท้องถิ่น เรามักจะนึกถึง “โครงสร้างพื้นฐาน” อย่างถนนหนทาง ไฟฟ้า ประปา หรือการจัดการขยะ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐาน แต่ในยุคดิจิทัลเช่นนี้ อปท. (ไม่ว่าจะเป็น อบจ., อบต. หรือเทศบาล) ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด จำเป็นต้องยกระดับมาพัฒนา “โครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา” ควบคู่กันไปด้วย
การสร้าง AI Literacy ความรู้เท่าทันและทักษะการใช้งาน AI ให้แก่ประชาชน จึงไม่ใช่หน้าที่ของส่วนกลางเพียงอย่างเดียว แต่เป็นภารกิจเชิงรุกที่ อปท. ยุคใหม่สามารถเป็น “เจ้าภาพ” และ “พี่เลี้ยง” นำพาคนในชุมชนก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ได้
“AI Literacy” ในชุมชน หน้าตาเป็นอย่างไร..? หลายท่านอาจกังวลว่า “ชาวบ้านจะเรียนรู้เรื่อง AI ได้อย่างไร ในเมื่อไม่มีพื้นฐานการเขียนโค้ดหรือคอมพิวเตอร์ระดับสูง..?” แท้จริงแล้วการสร้าง AI Literacy ในระดับชุมชน ไม่ใช่การสอนเขียนโปรแกรม แต่คือ “สอนให้ใช้เป็น และใช้อย่างปลอดภัย” โดยสามารถแบ่งตามกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจน ดังนี้
1.กลุ่มผู้ประกอบการชุมชน และวิสาหกิจชุมชน (OTOP) สอนการใช้ AI เป็นเครื่องมือทำมาหากิน เช่น ใช้ AI ช่วยเขียนแคปชันหรือคำโฆษณาขายสินค้าให้น่าดึงดูด, ช่วยออกแบบโลโก้ บรรจุภัณฑ์ หรือแต่งรูปภาพโปรโมตการท่องเที่ยวชุมชน สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดต้นทุนและยกระดับสินค้าชุมชนให้ดูเป็นสากลขึ้นในพริบตา
2.กลุ่มเด็ก เยาวชน และคนทำงาน สอนการใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการค้นคว้า เรียนรู้ และการทำงานอย่างสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเตรียมพร้อมสู่ตลาดแรงงานยุคใหม่
3.กลุ่มผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไป เน้นเรื่อง “AI Safety & Digital Trust” หรือการรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ สอนให้รู้ว่าเทคโนโลยีอย่าง Deepfake (การตัดต่อหน้าและเสียง) ทำงานอย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ
Roadmap 3 ขั้นตอน อปท. จะเริ่มต้นสร้างชุมชนอัจฉริยะได้อย่างไร…?
1. “Upskill” คนในบ้านก่อน เริ่มต้นจากการอบรมพัฒนาทักษะดิจิทัลและ AI Literacy ให้แก่ข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ของ อปท. เองก่อน เพื่อเปลี่ยน Mindset และทำให้บุคลากรภายในพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็น “วิทยากรตัวคูณ” หรือพี่เลี้ยงเทคโนโลยีในชุมชน
2. จับมือภาคีเครือข่ายสร้างพลังร่วม อปท. ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างลำพัง แต่สามารถผสานความร่วมมือกับภาควิชาการ เช่น มหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยในพื้นที่, หน่วยงานภาครัฐที่เชี่ยวชาญโดยตรง (เช่น ETDA หรือกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน) รวมถึง “วิทยากรและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน” มาร่วมออกแบบหลักสูตรระยะสั้นและจัดเวิร์กชอปที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนในพื้นที่จริง ๆ
3. พัฒนาแหล่งเรียนรู้ดิจิทัลในชุมชน ปรับโฉมศูนย์ไอทีชุมชน หรือห้องสมุดประชาชนของ อปท. ที่มีอยู่แล้ว ให้มีมุมการเรียนรู้ด้าน AI และเทคโนโลยี มีอินเทอร์เน็ตที่เสถียร และมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำแก่ชาวบ้านที่อยากเข้ามาทดลองใช้งาน
ซึ่งในบทความนี้ผม อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา ในฐานะคณะทำงานเพื่อศึกษาแนวทางบูรณาการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทย : มิติป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีต่อเศรษฐกิจและสังคม ในคณะอนุกรรมาธิการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตามคำสั่งคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา ผมขอไอเดียแนวคิดไว้ดังนี้ ว่า เมืองที่ฉลาด วัดกันที่ “ศักยภาพของคน” การเป็น “เมืองอัจฉริยะ Smart City” หรือ “ท้องถิ่นอัจฉริยะ Smart Local Gov” ที่แท้จริง ไม่ได้วัดกันที่ความหรูหราของเทคโนโลยีหรือตึกรามบ้านช่อง แต่วัดกันที่ “คนในชุมชนมีความพร้อมและก้าวทันโลกแค่ไหน”
ผมคิดว่าการที่ อปท. ลุกขึ้นมาเป็นผู้นำในการสร้าง AI Literacy ให้กับประชาชนในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่การจัดอบรมตามงบประมาณ แต่คือการลงทุนในทรัพยากรที่คุ้มค่าที่สุด นั่นคือ “ปัญญาของคนในท้องถิ่น” ที่จะกลายเป็นรากฐานอันแข็งแกร่งในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคตครับ
บทความหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์ : หนังสือพิมพ์รายปักษ์ ประจำต้นเดือน 1- 15 สิงหาคม 69 เพื่อการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาประเทศ สู่ความเข้มแข็งและมั่นคง. เรื่อง “พัฒนาคน พัฒนาเมือง เมื่อท้องถิ่นต้องเป็นผู้นำสร้าง “AI Literacy” ให้คนในชุมชน” โดย อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา คณะทำงานเพื่อศึกษาแนวทางบูรณาการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทย : มิติป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีต่อเศรษฐกิจและสังคม ในคณะอนุกรรมาธิการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตามคำสั่งคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา และปรึกษาประจำคณะอนุกรรมาธิการ ศึกษาการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เท่าทันต่อโลกดิจิทัลสภาผู้แทนราษฎร อาจารย์สอนด้านการตลาดออนไลน์ ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญการตลาดออนไลน์ดิจิทัล คอลัมนิสต์บทความหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์ วิทยากรด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิทยากรด้านอีคอมเมิร์ซ วิทยากรหลักสูตร PDPA คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และที่ปรึกษาผู้ประกอบการยุคใหม่ ที่ปรึกษาผู้ประกอบการ SMEs อดีตกูรูที่ปรึกษาด้านดิจิทัล SCB Business Center ธนาคารไทยพาณิชย์และอดีตคณบดีฝ่ายสื่อสารและพัฒนาแบรนด์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
คลิก โหลดอ่านฉบับเต็มหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์ ฟรี คอลัมนีสต์ อ.ดร.ต้นรัก












