เปลี่ยนสินค้า OTOP ท้องถิ่น สู่ตลาดออนไลน์ระดับโลกด้วยพลัง AI และ E-commerce บทความประจำปลายเดือน 16-31 สิงหาคม 2569โดยคอลัมนีสต์ อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา วิทยากรและอาจารย์สอนผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ AI อีคอมเมิร์ซ การตลาดออนไลน์ และ ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการศึกษาการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เท่าทันต่อโลกดิจิทัล

เปลี่ยนสินค้า OTOP ท้องถิ่น สู่ตลาดออนไลน์ระดับโลกด้วยพลัง AI และ E-commerce บทความประจำปลายเดือน 16-31 สิงหาคม 2569โดยคอลัมนีสต์ อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา วิทยากรและอาจารย์สอนผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ AI อีคอมเมิร์ซ การตลาดออนไลน์ และ ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการศึกษาการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เท่าทันต่อโลกดิจิทัล
สวัสดีครับ หากจะพูดถึงภารกิจในการส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้กับชุมชน งานส่งเสริมสินค้า OTOP หรือที่เรียกว่า One Tambon One Product และ วิสาหกิจชุมชน ถือเป็นงานหลักที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศให้ความสำคัญมาโดยตลอด แต่ที่ผ่านมาเรามักพบ “ทางตัน” ในรูปแบบเดิม ๆ คือ สินค้าของชาวบ้านมีคุณภาพดีเยี่ยม มีอัตลักษณ์ที่โดดเด่น แต่ขาดช่องทางการตลาด อปท. หลายแห่งทำได้เพียงสนับสนุนงบประมาณจัดบูธแสดงสินค้าปีละไม่กี่ครั้ง ซึ่งเมื่อจบงาน รายได้ของชุมชนก็หยุดชะงักลงไปด้วย
ในยุคดิจิทัลเช่นนี้ โอกาสในการสร้างรายได้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนแผงค้าออฟไลน์อีกต่อไป แพลตฟอร์ม E-commerce ได้เปิดประตูให้สินค้าจากชุมชนเล็ก ๆ สามารถเดินทางไปสู่ผู้ซื้อทั่วประเทศและทั่วโลกได้ตลอด 24 ชั่วโมง และสิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือ วันนี้เรามีเทคโนโลยี Generative AI ที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็น “นักการตลาดส่วนตัว” ให้กับชาวบ้าน โดยที่ชุมชนไม่ต้องเสียเงินจ้างบริษัทแพง ๆ แม้แต่บาทเดียว
ผม อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการศึกษาการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เท่าทันต่อโลกดิจิทัล อาจารย์และวิทยากรที่มีประสบการณ์ได้ไปบรรยายให้กับ กระทวรวง กรม และหน่วยงานรัฐหลาย ๆ แห่ง ผมมองเห็นว่าการสร้างรายได้ให้เศรษฐกิจด้วยสินค้าชุมชนโดยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เป็นการปลดล็อกศักยภาพ OTOP ด้วย “นักการตลาด AI” ซึ่งแน่นอนที่ผ่านมาการทำการตลาดสินค้าชุมชนของชาวบ้านมีความกังวลที่ว่าจะเขียนคำโฆษณาอย่างไรให้โดนใจ หรือจะถ่ายภาพสินค้าอย่างไรให้ดูแพง จะหมดไปด้วยการประยุกต์ใช้ AI ในมิติต่าง ๆ ดังนี้
1. สามารถใช้ AI ช่วยสร้าง Storytelling การเล่าเรื่องสินค้า สินค้า OTOP ทุกชิ้นมีคุณค่าในตัวเอง แต่จุดอ่อนคือชาวบ้านไม่รู้วิธีเรียบเรียงให้ออกมาน่าสนใจ เราสามารถสอนให้ชาวบ้านใช้ AI เช่น ChatGPT หรือ Gemini ช่วยเขียนคำโปรโมต เขียนแคปชันเด็ด ๆ หรือสร้างสโลแกนสินค้าที่ดึงเอาเอกลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาเล่าได้อย่างลึกซึ้งและดึงดูดใจผู้บริโภคยุคใหม่
2. ใช้ AI ช่วยแต่งภาพสินค้าระดับมืออาชีพ จากเดิมที่ต้องกล้องโปรและสตูดิโอจัดแสง วันนี้เพียงแค่ใช้สมาร์ตโฟนถ่ายภาพสินค้าในชุมชน แล้วส่งให้ AI ช่วยลบพื้นหลัง ลบสิ่งกีดขวาง และใส่ฉากหลัง Background ที่เหมาะสมลงไป เช่น การวางขวดน้ำมันสมุนไพรลงบนภาพพื้นผิวไม้สไตล์สปาที่หรูหรา เพียงเท่านี้สินค้าธรรมดาก็จะดูพรีเมียมพร้อมขึ้นขายบนร้านค้าออนไลน์ทันที
3.ใช้ AI ช่วยคิดโปรโมชันและวิเคราะห์ตลาด ช่วยคิดแคมเปญลดแลกแจกแถมที่เหมาะสมตามช่วงเทศกาล หรือช่วยดูว่าสินค้าชนิดเดียวกันในตลาดเขากำลังนิยมตั้งราคาและตกแต่งร้านค้าออนไลน์กันอย่างไร
ซึ่งสามารถใช้องค์ความรู้จากภูมิปัญญาสู่ตะกร้าสินค้า ดัน OTOP ขึ้นห้างออนไลน์ได้ทันที เมื่อสินค้ามีความพร้อมทั้งภาพถ่ายและเรื่องราวที่น่าสนใจ ขั้นตอนต่อไปคือการผลักดันเข้าสู่ระบบ E-commerce ซึ่งในปัจจุบันมีแพลตฟอร์มหลากหลายที่เอื้อต่อสินค้าชุมชน ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Shopee และ Lazada หรือแม้กระทั่งการทำ Social Commerce บน TikTok, Facebook และ LINE Shop
โดยความน่าสนใจของ E-commerce ในปัจจุบันคือ มีระบบจัดส่งสินค้าที่สะดวก มีระบบชำระเงินที่ปลอดภัย และมีกิจกรรมแคมเปญใหญ่ ๆ ที่ช่วยดึงดูดทราฟฟิกลูกค้า หน้าที่ของ อปท. จึงไม่ใช่การลงไปสร้างระบบค้าขายเองขึ้นมาใหม่ แต่เป็นการเข้าไป “เชื่อมต่อสะพาน” และติดอาวุธทางความรู้ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนให้สามารถเปิดร้าน ลงสินค้า และบริหารจัดการหลังบ้านของตนเองได้อย่างยั่งยืน
ถามว่าแล้วเราจะเริ่มต้นสร้าง “ทางรอด” นี้อย่างไร…? ผมขอเสนอไอเดียแนวทางการเปลี่ยนแปลงด้าน E-commerce และ AI Marketing ที่สามารถทำได้ผ่าน 3 แนวทางปฏิบัติจริงดังนี้ครับ
1. จัดเวิร์กชอป “สอนทำจริง ขายจริง” หลีกเลี่ยงการอบรมแบบบรรยายทฤษฎี แต่ให้เน้นการทำ Workshop ระยะสั้นที่ผู้เข้าร่วมอบรมต้องนำสินค้าจริงของตนเองมาถ่ายรูป ลองใช้ AI แต่งภาพ เขียนคำโฆษณา และเปิดร้านบนแพลตฟอร์มออนไลน์ให้สำเร็จภายในงาน โดย อปท. อาจดึงเยาวชนในพื้นที่มาจับคู่เป็นคู่หูทางดิจิทัลกับกลุ่มแม่บ้านหรือผู้สูงอายุเพื่อช่วยกันทำ
2. สร้าง “มุมสตูดิโอชุมชน” Community Live & Photo Studio อปท. สามารถแบ่งพื้นที่เล็ก ๆ ในหน่วยงานเพื่อทำเป็นสตูดิโอถ่ายภาพสินค้าและมุมสำหรับไลฟ์สดขายของ โดยจัดเตรียมไฟ Softbox ขาตั้งกล้อง และฉากหลังแบบต่าง ๆ ไว้ให้กลุ่ม OTOP และวิสาหกิจชุมชนสามารถหมุนเวียนเข้ามาใช้งานได้ฟรี
3. ผลักดันโครงการ “หนึ่ง อปท. หนึ่งแบรนด์ดิจิทัล” คัดเลือกสินค้าที่มีศักยภาพสูงในพื้นที่มาเป็นโมเดลต้นแบบในการทำ Re-branding และทำการตลาดผ่านระบบ E-commerce อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเป็นตัวอย่างและสร้างแรงบันดาลใจให้กลุ่มอื่น ๆ ในพื้นที่เห็นว่า “ดิจิทัลทำได้จริงและขายได้จริง”
บทสรุปของผมในเนื้อหาบทความนี้คือการ ส่งต่อภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคต สินค้า OTOP และวิสาหกิจชุมชนไม่ได้เป็นเพียงแค่สินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภคเท่านั้น แต่คือ “ตัวแทนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา” ของบรรพบุรุษที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งหน้าที่ของ อปท. ยุคใหม่จึงไม่ใช่แค่การดูแลความเป็นอยู่ทางกายภาพ แต่เป็นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง AI และ E-commerce มาช่วย “ชุบชีวิตและสร้างมูลค่าเพิ่ม” ให้กับสินค้าเหล่านั้น เพื่อให้ภูมิปัญญาของชุมชนสามารถสร้างรายได้กลับมาหล่อเลี้ยงคนในท้องถิ่นได้อย่างมั่งคั่งและยั่งยืนบนเวทีโลกดิจิทัลอย่างแท้จริงครับ
บทความหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์ : หนังสือพิมพ์รายปักษ์ ประจำปลายเดือน 16- 31 สิงหาคม 69 เพื่อการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาประเทศ สู่ความเข้มแข็งและมั่นคง. เรื่อง “เปลี่ยนสินค้า OTOP ท้องถิ่น สู่ตลาดออนไลน์ระดับโลกด้วยพลัง AI และ E-commerce ” โดย อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา คณะทำงานเพื่อศึกษาแนวทางบูรณาการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทย : มิติป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีต่อเศรษฐกิจและสังคม ในคณะอนุกรรมาธิการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตามคำสั่งคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา และปรึกษาประจำคณะอนุกรรมาธิการ ศึกษาการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เท่าทันต่อโลกดิจิทัลสภาผู้แทนราษฎร อาจารย์สอนด้านการตลาดออนไลน์ ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญการตลาดออนไลน์ดิจิทัล คอลัมนิสต์บทความหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์ วิทยากรด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิทยากรด้านอีคอมเมิร์ซ วิทยากรหลักสูตร PDPA คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และที่ปรึกษาผู้ประกอบการยุคใหม่ ที่ปรึกษาผู้ประกอบการ SMEs อดีตกูรูที่ปรึกษาด้านดิจิทัล SCB Business Center ธนาคารไทยพาณิชย์และอดีตคณบดีฝ่ายสื่อสารและพัฒนาแบรนด์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
คลิก โหลดอ่านฉบับเต็มหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์ ฟรี คอลัมนีสต์ อ.ดร.ต้นรัก















