สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ กระทรวงอุตสาหกรรม จัดอบรมผู้ประกอบการ พลิกโฉมผ้าทอและเครื่องประดับไทย สู่แบรนด์พรีเมียมในตลาดดิจิทัล โดยเชิญ อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Marketing และการพัฒนาแบรนด์สินค้า มาให้ความรู้

Share:
อบรมพัฒนาแบรนด์สินค้าไทย โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ อ.ดร.ต้นรัก กระทรวงอุตสาหกรรม

กิจกรรมยกระดับอุตสาหกรรมแฟชั่นล้านนาตะวันออกสู่ตลาดสากล เสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยด้วยกลยุทธ์สร้างแบรนด์และเพิ่มมูลค่าสินค้า

สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ ร่วมกับ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ (Thailand Textile Institute) จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ ภายใต้หัวข้อ “พลิกโฉมผ้าทอและเครื่องประดับไทย สู่แบรนด์พรีเมียมในตลาดดิจิทัล” ณ ห้องประชุม โรงแรมธาริส อาร์ท โฮเทล จังหวัดแพร่ วันที่ 10 มิถุนายน 2569

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นล้านนาตะวันออกสู่ตลาดสากล ภายใต้โครงการบูรณาการด้านการค้าและการลงทุน ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ ผ้าทอไทย เครื่องประดับไทย และสินค้าแฟชั่นชุมชน ให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดยุคดิจิทัล และก้าวสู่การเป็นแบรนด์พรีเมียมที่มีมูลค่าสูง

การอบรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Marketing และการพัฒนาแบรนด์สินค้าไทย เป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการตลาดดิจิทัล การสร้างแบรนด์ และการเพิ่มมูลค่าสินค้า เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

เนื้อหาสำคัญในการอบรมครั้งนี้หัวข้อบรรยาย เรื่องการกำหนดจุดยืนแบรนด์ การตั้งราคา และการวางกลยุทธ์สร้างความแตกต่างในตลาด (Brand Positioning & Product Value Strategy) โดยมีรายละเอียกเนื้อหาดังนี้

1. Brand Positioning : ค้นหาตัวตนของแบรนด์ให้โดดเด่นในระดับสากล

ผู้เข้าร่วมอบรมได้เรียนรู้หลักการกำหนดจุดยืนของแบรนด์ (Brand Positioning) เพื่อค้นหาเอกลักษณ์ จุดแข็ง และคุณค่าที่แตกต่างของสินค้า พร้อมวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และแนวทางการสื่อสารแบรนด์ให้สามารถสร้างการจดจำและความน่าเชื่อถือในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

2. Product Value Strategy : กลยุทธ์การเพิ่มมูลค่าและการตั้งราคา

การพัฒนาสินค้าในยุคปัจจุบันไม่ได้แข่งขันกันเพียงด้านราคา แต่ต้องสร้างคุณค่า (Value) ที่ลูกค้ารับรู้ได้ ผู้เข้าร่วมจึงได้เรียนรู้แนวทางการเพิ่มมูลค่าสินค้าผ่านเรื่องราว (Storytelling) การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การพัฒนาประสบการณ์ลูกค้า รวมถึงหลักการตั้งราคาที่สะท้อนคุณค่าและภาพลักษณ์ของแบรนด์

3. Differentiation Strategy : สร้างความแตกต่างเพื่อแข่งขันในตลาด

อีกหนึ่งหัวข้อสำคัญคือการวางกลยุทธ์สร้างความแตกต่าง (Differentiation Strategy) โดยเน้นการวิเคราะห์คู่แข่ง การค้นหาโอกาสทางการตลาด และการพัฒนาสินค้าให้มีความโดดเด่นเหนือคู่แข่ง เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว

4. Workshop พัฒนาสินค้าสิ่งทอไทยสู่ตลาดสากล

ภาคปฏิบัติของการอบรมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้นำสินค้าจริงเข้าร่วมวิเคราะห์และพัฒนาแนวคิดร่วมกับวิทยากร โดยมุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย การกำหนดราคา และการวางกลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้จริงหลังจบการอบรม

มุ่งสร้างผู้ประกอบการไทยให้แข่งขันได้ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

ปัจจุบันตลาดแฟชั่นและสินค้าหัตถกรรมไทยกำลังเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ การพัฒนาทักษะด้านการตลาดดิจิทัล การสร้างแบรนด์ และการเพิ่มมูลค่าสินค้า จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถขยายตลาด สร้างรายได้ และยกระดับสินค้าไทยสู่ตลาดสากลได้อย่างยั่งยืน

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่นล้านนาตะวันออก โดยมุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถนำภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ้าทอไทย และเครื่องประดับไทย มาต่อยอดด้วยนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และกลยุทธ์ทางการตลาดสมัยใหม่ เพื่อสร้างแบรนด์ที่มีมูลค่าเพิ่มและสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

จัดโดย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ (Thailand Textile Institute)

วิทยากร นายธวัชชัย สุขสีดา ผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Marketing, Branding Strategy, AI for Business และการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการชุมชนสู่ตลาดดิจิทัล

อบรมพัฒนาแบรนด์สินค้าไทย โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ อ.ดร.ต้นรัก กระทรวงอุตสาหกรรม
Share: