กรรมาธิการ ไอซีที วุฒิสภา จัดเสวนาใหญ่ บูรณาการความมั่นคงไซเบอร์ไทย เร่งล้อมหวอดแก๊งคอลเซ็นเตอร์-ภัยเทคโนโลยี ร่วมอภิปรายโดย อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา พร้อมด้วยคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ เจาะลึกภัยคุกคามไซเบอร์และช่องว่างในกระบวนการป้องกันป้องปราม

คณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา จัดงานเสวนาเรื่อง “แนวทางบูรณาการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทย : มิติป้องกันและป้องปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีต่อเศรษฐกิจและสังคม” ณ ห้องประชุม 406–407 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา (ฝั่ง สว.) โดยมีนายนิเวศ พันธ์เจริญวรกุล ประธานคณะกรรมาธิการฯ เป็นประธานเปิดงาน และนางสาวชญาน์นันท์ ติยะตระการชัย รองประธานคณะกรรมาธิการฯ และประธานคณะทำงาน กล่าวรายงาน พร้อมด้วยสมาชิกวุฒิสภา ผู้แทนภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมระดมความเห็นอย่างคับคั่ง
นายนิเวศ พันธ์เจริญวรกุล ประธาน กมธ. เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีทำให้กลุ่มมิจฉาชีพพัฒนารูปแบบการหลอกลวงจนก้าวล้ำหน่วยงานรัฐ ส่งผลให้เกิดปัญหาข้อมูลรั่วไหลและสร้างความเสียหายต่อประชาชนเป็นวงกว้าง โดยยกตัวอย่างเคสจริง เช่น ข้าราชการเกษียณ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่สูญเงินกว่า 4 ล้านบาท และนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดลที่ตกเป็นเหยื่อเสียเงินกว่า 8.5 แสนบาท จึงจำเป็นต้องเร่งระดมความคิดเพื่อหาแนวทางป้องกันเชิงรุก และเร่งรัดมาตรการคืนเงินให้ผู้เสียหายอย่างเป็นรูปธรรม
ด้าน นางสาวชญาน์นันท์ ติยะตระการชัย รองประธาน กมธ. ระบุว่า ปัจจุบันภัยไซเบอร์มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น มีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้สร้างข้อมูลหรือภาพปลอม ตลอดจนกระบวนการฟอกเงินผ่านบัญชีม้าและสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเป็นการกระทำความผิดแบบไร้พรมแดน การแก้ปัญหาจึงไม่อาจทำแบบแยกส่วน แต่ต้องบูรณาการร่วมกันทั้งในมิติเทคโนโลยี กฎหมาย เศรษฐกิจการเงิน และกระบวนการยุติธรรม
งานเสวนาครั้งนี้แบ่งการอภิปรายออกเป็น 2 ช่วงสำคัญ ได้แก่:
ช่วงที่ 2: อภิปรายหัวข้อ “กฎหมาย เทคโนโลยี และความร่วมมือภาคเอกชน : กลไกใหม่ในการป้องปรามอาชญากรรมไซเบอร์”
ช่วงที่ 1: อภิปรายหัวข้อ “สถานการณ์ ปัญหา และช่องว่างในการป้องกันและป้องปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของประเทศไทย” โดยมี อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา พร้อมด้วยคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เจาะลึกถึงรูปแบบภัยคุกคามไซเบอร์และช่องว่างในกระบวนการป้องกันป้องปราม
อสรุปและข้อเสนอแนะจากการแลกเปลี่ยนของเหล่าวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในงานครั้งนี้ จะถูกนำไปประมวลผลเพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย ปรับปรุงข้อกฎหมาย และพัฒนากลไกการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ให้แก่เศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป




















