เกราะป้องกันเมืองดิจิทัล ส่องแนวทางไทยในการรับมือและป้องปรามภัยไซเบอร์ บทความประจำต้นเดือน 1-15 กันยายน 2569โดยคอลัมนีสต์ อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา วิทยากรและอาจารย์สอนผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ AI อีคอมเมิร์ซ การตลาดออนไลน์ และ ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการศึกษาการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เท่าทันต่อโลกดิจิทัล

เกราะป้องกันเมืองดิจิทัล ส่องแนวทางไทยในการรับมือและป้องปรามภัยไซเบอร์ บทความประจำต้นเดือน 1-15 กันยายน 2569โดยคอลัมนีสต์ อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา วิทยากรและอาจารย์สอนผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ AI อีคอมเมิร์ซ การตลาดออนไลน์ และ ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการศึกษาการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เท่าทันต่อโลกดิจิทัล
สวัสดีครับ ทุกวันนี้ ชีวิตของทุกท่านผูกติดอยู่กับสมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะโอนเงิน สั่งของ สแกนจ่าย หรือติดต่อราชการ โลกดิจิทัลช่วยให้ชีวิตเราสะดวกขึ้นมาก แต่ในขณะเดียวกัน แก๊งมิจฉาชีพไซเบอร์ ก็แฝงตัวมาหลอกลวงประชาชนทุกวัน จนสร้างความเสียหายต่อเงินในกระเป๋าของพวกเราและเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาล
วันนี้ผมได้มีโอกาสเข้าไปช่วยสังคมช่วยประเทศชาติ ในฐานะคณะทำงานในคณะอนุกรรมาธิการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตามคำสั่งคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม ในเรื่อง “ศึกษาแนวทางบูรณาการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทยในมิติป้องกัน และป้องปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีต่อเศรษฐกิจและสังคม ผมจึงอยากชวนทุกท่านมาทำความเข้าใจว่า ประเทศไทยเรากำลังขับเคลื่อนการรับมือกับภัยไซเบอร์อย่างไร และประชาชนอย่างเราจะร่วมเป็น “เกราะป้องกัน” ได้อย่างไรบ้าง
ซึ่งผมเองมี 2 แนวความคิดในการขับเคลื่อนการสู้กับอาชญากรทางเทคโนโลยี โดยไม่ได้รอให้เกิดเรื่องแล้วค่อยไปตามจับ แต่เน้นทำงานแบบบูรณาการ 2 มิติควบคู่กัน
ทั้งมิติที่ 1 การป้องกัน (ไม่ให้เกิดเหตุ) เราควรวางระบบให้แน่นหนา สร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัล การป้องกันเปรียบเหมือนการสร้างกำแพงเมืองและล๊อกประตูบ้านให้แน่นหนา โดยแบ่งออกเป็น 3 หัวใจสำคัญ
1. การปกป้องระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ยกระดับความปลอดภัยระบบสารสนเทศ (CII) ในกลุ่มการเงิน การธนาคาร พลังงาน การสาธารณสุข และการขนส่ง เพื่อไม่ให้ถูกแฮกหรือชะงักงัน
2. การใช้นวัตกรรมตัดวงจรเสี่ยง นำเทคโนโลยี AI มาช่วยตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ เช่น ระบบคัดกรองลิงก์หลอกลวง (SMS Phishing) และการตรวจจับบัญชีม้าร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมและธนาคาร
3. การสร้าง “วัคซีนไซเบอร์” ให้ประชาชน เทคโนโลยีดีแค่ไหน แต่ถ้าเรากด “ยอมรับ” หรือ “ยินยอม” ให้มิจฉาชีพเอง ระบบก็ป้องกันไม่ได้ การสร้าง Digital Literacy หรือความรู้เท่าทันดิจิทัล ให้พี่น้องประชาชนมีสติ ตรวจสอบก่อนเชื่อ จึงเป็นเกราะป้องกันที่แท้จริง
ส่วนมิติที่ 2 การป้องปราม (Deterrence) ผมคิดว่าการบังคับใช้กฎหมายฉับไว ตัดเส้นทางอาชญากรเมื่อมีผู้คิดจะทำผิด ระบบป้องปรามต้องทำงานอย่างรวดเร็วและทรงพลัง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายซ้ำซาก โดยที่
1. การเชื่อมโยงข้อมูลข้ามหน่วยงาน (Threat Intelligence) โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง ตำรวจไซเบอร์ ธนาคารแห่งชาติ กสทช. และหน่วยงานความมั่นคงต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนเบาะแสได้แบบ Real-time
2. การสร้างมาตรการระงับความเสียหายทันที โดยบังคับใช้กฎหมายพิเศษในการสั่งอายัดบัญชีต้องสงสัยและระงับการทำธุรกรรมได้อย่างทันท่วงที ก่อนที่เงินจะถูกโอนออกนอกประเทศ
และ 3. ต้องทำการกวาดล้างต้นตอและเพิ่มโทษหนัก โดยดำเนินคดีเด็ดขาดกับแก๊งทุนสีเทา ผู้รับจ้างเปิดบัญชีม้า และซิมม้า พร้อมมาตรการยึดทรัพย์สินเพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงของเครือข่ายอาชญากรรม
ซึ่งแน่นอนใน 2 มิติในแนวความคิดของผม ไม่เท่าหนึ่งสติของประชาชนแน่นอนครับ ผมเชื่อว่าการขับเคลื่อนความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทยจะสำเร็จได้ ไม่ใช่เพียงแค่หน้าที่ของภาครัฐหรือตำรวจหรือใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องอาศัยความร่วมมือกันทุกภาคส่วน ร่วมวางนโยบายและกฎหมายที่เข้มงวด เอกชนพัฒนา
เทคโนโลยีที่ปลอดภัย และที่สำคัญที่สุดคือ ประชาชนมีสติ ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน หากเราทุกคนร่วมมือกัน โลกดิจิทัลของประเทศไทยจะเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของพวกเราได้อย่างยั่งยืนครับ
บทความหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์ : หนังสือพิมพ์รายปักษ์ ประจำต้นเดือน 16- 31 กันยายน 69 เพื่อการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาประเทศ สู่ความเข้มแข็งและมั่นคง. เรื่อง “เกราะป้องกันเมืองดิจิทัล ส่องแนวทางไทยในการรับมือและป้องปรามภัยไซเบอร์ ” โดย อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา คณะทำงานเพื่อศึกษาแนวทางบูรณาการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทย : มิติป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีต่อเศรษฐกิจและสังคม ในคณะอนุกรรมาธิการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตามคำสั่งคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา และปรึกษาประจำคณะอนุกรรมาธิการ ศึกษาการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เท่าทันต่อโลกดิจิทัลสภาผู้แทนราษฎร อาจารย์สอนด้านการตลาดออนไลน์ ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญการตลาดออนไลน์ดิจิทัล คอลัมนิสต์บทความหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์ วิทยากรด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิทยากรด้านอีคอมเมิร์ซ วิทยากรหลักสูตร PDPA คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และที่ปรึกษาผู้ประกอบการยุคใหม่ ที่ปรึกษาผู้ประกอบการ SMEs อดีตกูรูที่ปรึกษาด้านดิจิทัล SCB Business Center ธนาคารไทยพาณิชย์และอดีตคณบดีฝ่ายสื่อสารและพัฒนาแบรนด์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
คลิก โหลดอ่านฉบับเต็มหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์ ฟรี คอลัมนีสต์ อ.ดร.ต้นรัก














