รู้ทัน “ภาษาลวง” ในยุค AI เมื่อข่าวปลอมไม่ได้มาในรูปของคำโกหกเสมอไป บทความประจำปลายเดือน 16-30 เมษายน 2569 โดยคอลัมนีสต์ อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา วิทยากรและอาจารย์สอนผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ AI และอีคอมเมิร์ซ การตลาดออนไลน์

รู้ทัน “ภาษาลวง” ในยุค AI เมื่อข่าวปลอมไม่ได้มาในรูปของคำโกหกเสมอไป บทความประจำปลายเดือน 16-30 เมษายน 2569 โดยคอลัมนีสต์ อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา วิทยากรและอาจารย์สอนผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ AI และอีคอมเมิร์ซ การตลาดออนไลน์
สวัสดีครับในฐานะที่ผมคลุกคลีกับการอบรมด้าน Digital Literacy และ AI Literacy ให้กับหน่วยงานรัฐและเอกชนหลายแห่ง ผมได้พบเจอท่านผู้บริหาร พนักงาน พี่น้องข้าราชการและประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง สิ่งหนึ่งที่ผมมักจะเน้นย้ำเสมอคือ “เทคโนโลยีเปลี่ยน โลกเปลี่ยน และโจรก็เปลี่ยนวิธีหลอกลวง” ครับ วันนี้ผมมีข้อมูลงานวิจัยที่น่าสนใจจากโครงการ Fakespeak และ NxtGenFake ของยุโรป มาแบ่งปันให้ชาว อปท.นิวส์ ได้รับทราบ เพื่อเป็นเกราะป้องกันตัวจากภัยเงียบที่มากับปลายนิ้ว
ทำไมทุกวันนี้ในโลกออนไลน์เราถึงแยก “ข่าวปลอม” ไม่ออก…? เดิมทีเราอาจจะคิดว่าข่าวปลอมต้องเป็นเรื่องที่กุขึ้นมาทั้งหมด แต่ในโลกความจริงปัจจุบัน ข่าวปลอมที่น่ากลัวที่สุดคือ “การบิดเบือน
ข้อมูล” (Disinformation) ซึ่งเป็นการเอาความจริงบางส่วนมาผสมกับความเท็จ แล้วปรุงแต่งด้วยภาษาที่แนบเนียน โดยเฉพาะเมื่อมี AI (Artificial Intelligence) เข้ามาช่วยเขียน ข้อมูลเหล่านั้นยิ่งดูน่าเชื่อถือจนน่าตกใจ
ผมมี 3 จุดสังเกตให้ทุกท่านนำไปจับพิรุธทางภาษาของข่าวปลอม จากการวิเคราะห์พฤติกรรมการเขียนข่าวปลอมในระดับสากล พบว่ามี “ร่องรอย” บางอย่างที่ทิ้งไว้ให้เราสังเกตได้ครับ
1. เนื้อหาของข้อมูลข่าวปลอมมักดูมั่นใจจนผิดปกติ ข่าวปลอมมักไม่เปิดช่องว่างให้เราสงสัย ผู้เขียนมักจะใช้คำที่แสดงความมั่นใจแบบเบ็ดเสร็จ เช่น “เห็นได้ชัดว่า…”, “เป็นที่แน่นอนว่า…” หรือ “ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวคือ…” เพื่อกดทับให้ผู้อ่านเชื่อตามโดยไม่ตั้งคำถาม ซึ่งต่างจากข่าวจริงที่มักจะนำเสนอข้อมูลอย่างเป็นกลางและเผื่อเนื้อที่ไว้สำหรับการตรวจสอบ
2. ข่าวปลอมใช้กาลเวลาหลอกล่อเรา งานวิจัยพบว่า คนโกหกมักชอบใช้ “ปัจจุบันกาล” ในการเล่าเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อให้ดูสดใหม่และเร่งด่วน ในขณะที่ข่าวจริงมักจะใช้กาลเวลาตามลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง (มักเป็นอดีตกาลในการรายงานผล)
3. การใช้ภาษาของข่าวปลอมที่มักดูเป็นกันเองแต่แฝงอคติ ซึ่งบทความที่มีเนื้อหาของข่าวปลอมมักมีลักษณะคล้ายการพูดคุย (Conversational Style) และใช้คำขยายที่รุนแรงเกินจริง เช่น “สุดๆ”, “อย่างมหาศาล”, หรือ “เหนือความคาดหมาย” เพื่อกระตุ้นอารมณ์ร่วมให้คนอ่านรีบแชร์ด้วยความโกรธหรือความตกใจ
จะเห็นได้ข่าวปลอมทุกวันนี้มาจาก AI เมื่อ AI ขยับตัวความน่ากลัวจึงทวีคูณ โดยผมขออนุญาตอ้างอิงจากข้อมูลโครงการวิจัย NxtGenFake ที่พบว่าสิ่งที่น่ากังวลที่สุด คือ “คนเรามักเชื่อข้อมูลจาก AI มากกว่าข้อมูลจากมนุษย์” เพราะ AI สามารถเขียนภาษาที่ดูเป็นวิชาการและมีตรรกะที่เนียนตา โดยมีเทคนิคพิเศษที่โจรไซเบอร์มักนำมาใช้ คือ
การอ้างอำนาจลอย ๆ (Appeal to Authority) AI มักจะเขียนว่า “ตามรายงานของนักวิจัย…” หรือ “ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกยืนยันว่า…” โดยที่ไม่มีการระบุชื่อบุคคลหรือสถาบันที่ชัดเจน ทำให้ดูเหมือนมีที่มาที่ไป แต่จริงๆ แล้วตรวจสอบไม่ได้
การอ้างคุณธรรม (Appeal to Values) ข่าวบิดเบือนจาก AI มักจะตบท้ายด้วยคำสวยหรู เช่น “เพื่อความเท่าเทียมของสังคม”, “เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน” หรือ “เพื่อความเจริญของชาติ” การอ้างคุณธรรมแบบนี้ทำให้เราเผลอ “ลดเกราะป้องกัน” และยอมรับข้อมูลเท็จนั้นได้ง่ายขึ้น
ดังนั้นผมขอแนะนำแนวทางสร้าง “ภูมิคุ้มกันดิจิทัล” สำหรับประชาชนในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และศึกษาติดตามอยู่โดยตลอด ผมขอฝากคาถา 3 ข้อให้ทุกท่านท่องไว้ก่อนจะเชื่อหรือแชร์ข้อมูลใดๆ
1. ให้ตรวจสอบเช็กชื่อผู้เขียนเนื้อหาอยู่เสมอว่า มีชื่อคนเขียน ชื่อสถาบัน หน่วยงาน ต้นสังกัด หรือชื่อผู้เชี่ยวชาญที่ “ระบุตัวตนได้จริง” หรือไม่
2. ให้เช็กอารมณ์ของเนื้อหาในการเขียนว่า ข่าวนั้นพยายามทำให้เรา “ตกใจ” หรือ “โกรธ” จนลืมใช้เหตุผลหรือเปล่า..? หรือมีอคติโอนเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งหรือไม่..?
3. ให้เช็กแหล่งที่มาข้อเนื้อหาข่าวว่า มีข้อมูลเนื้อหามาจากสื่อหลักที่น่าเชื่อถือ หรือมาจากเพจแปลก ๆ ที่ไม่มีตัวตน…? มีิลิงค์ที่น่าสงสัยหรือไม่…?
สุดท้ายนี้ ผมอยากให้ทุกท่านตระหนักว่า AI ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวถ้าเราเข้าใจมัน การสร้าง AI Literacy หรือความฉลาดรู้ด้าน AI จะเป็นทักษะสำคัญที่ทำให้เราใช้ชีวิตในโลกดิจิทัลได้อย่างสง่างามและปลอดภัยครับ
บทความหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์ : หนังสือพิมพ์รายปักษ์ ประจำปลายเดือนเดือน 16-30 เมษายน 69 เพื่อการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาประเทศ สู่ความเข้มแข็งและมั่นคง. เรื่อง ”รู้ทัน “ภาษาลวง” ในยุค AI เมื่อข่าวปลอมไม่ได้มาในรูปของคำโกหกเสมอไป” โดย อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา ปรึกษาประจำคณะอนุกรรมาธิการ ศึกษาการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เท่าทันต่อโลกดิจิทัลสภาผู้แทนราษฎร อาจารย์สอนด้านการตลาดออนไลน์ ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญการตลาดออนไลน์ดิจิทัล คอลัมนิสต์บทความหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์ วิทยากรด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิทยากรด้านอีคอมเมิร์ซ วิทยากรหลักสูตร PDPA คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และที่ปรึกษาผู้ประกอบการยุคใหม่ ที่ปรึกษาผู้ประกอบการ SMEs อดีตกูรูที่ปรึกษาด้านดิจิทัล SCB Business Center ธนาคารไทยพาณิชย์และอดีตคณบดีฝ่ายสื่อสารและพัฒนาแบรนด์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
คลิก โหลดอ่านฉบับเต็มหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์ ฟรี คอลัมนีสต์ อ.ดร.ต้นรัก













