รู้เท่าทันสงครามสื่อ AI เมื่อ AI กลายเป็นอาวุธไร้เสียงในสงครามสื่ออิหร่าน-สหรัฐฯ-อิสราเอล บทความประจำต้นเดือน 1-15 เมษายน 2569 โดยคอลัมนีสต์ อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา วิทยากรและอาจารย์สอนผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ AI และอีคอมเมิร์ซ การตลาดออนไลน์

Share:
รู้เท่าทันสงครามสื่อ ai อ.ดร.ต้นรัก ส่องโลกดิจิทัล

รู้เท่าทันสงครามสื่อ AI เมื่อ AI กลายเป็นอาวุธไร้เสียงในสงครามสื่ออิหร่าน-สหรัฐฯ-อิสราเอล บทความประจำต้นเดือน 1-15 เมษายน 2569 โดยคอลัมนีสต์ อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา วิทยากรและอาจารย์สอนผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ AI และอีคอมเมิร์ซ การตลาดออนไลน์

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้ผมพาไปรู้เท่าทันสงครามสื่อ AI ในขณะที่โลกกำลังจับตามองความเคลื่อนไหวทางทหารระหว่างอิหร่าน สหรัฐอเมริกา และอิสราเอลผ่านความตึงเครียดในพื้นที่จริง แต่อีกหนึ่ง “สมรภูมิ” ที่ทวีความรุนแรงไม่แพ้กันคือ “สมรภูมิจิตวิทยาผ่านปัญญาประดิษฐ์” ซึ่งในปี 2026 นี้ เราได้เห็นการข้ามขีดจำกัดของข่าวปลอม ไปสู่ระดับที่เรียกว่า “ความจริงที่ถูกสังเคราะห์ขึ้น” จนยากจะแยกแยะด้วยสายตาเปล่า

โดยนำเอา AI มาเป็นอาวุธไร้เสียงในสงครามสื่อ ซึ่งยุทธวิธีที่ทั้งสามฝ่าย อิหร่าน-สหรัฐฯ-อิสราเอล รวมถึงกลุ่มสนับสนุน นำมาใช้ไม่ได้มีเพียงแค่การนำเสนอข้อมูลด้านเดียวแบบเดิมๆ อีกต่อไป แต่คือการใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ Generative AI มาสร้าง “หลักฐานปลอม” ขึ้นมาเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่ตนเอง หรือทำลายความน่าเชื่อถือของฝ่ายตรงข้าม ดังตัวอย่างที่ปรากฏชัดเจนในช่วงวิกฤตที่ผ่านมาเช่น

การผลิตภาพความสูญเสียปลอม การใช้ AI สร้างภาพพลเรือนหรือเด็กที่ได้รับบาดเจ็บในพื้นที่สงครามเพื่อกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกสะเทือนใจจากสังคมโลก ซึ่งหลายครั้งภาพเหล่านั้นถูกตรวจสอบพบว่าเป็นภาพที่สร้างขึ้นจากคำสั่ง (Prompt) ไม่ใช่เหตุการณ์จริง

การสร้างวิดีโอ Deepfake ผู้นำ การจำลองเสียงและภาพของผู้นำระดับประเทศ เพื่อกล่าวถ้อยคำที่สร้างความตื่นตระหนก หรือประกาศนโยบายที่บิดเบือน หวังผลให้เกิดความปั่นป่วนในตลาดหุ้น พลังงานและขวัญกำลังใจของประชาชน

รวมไปถึงการใช้หลักฐานทางทหารจำลอง การใช้ AI แก้ไขภาพถ่ายดาวเทียมหรือคลิปจากโดรน เพื่อแสดงศักยภาพทางอาวุธที่เกินจริง หรือสร้างภาพฐานทัพของอีกฝ่ายที่ถูกทำลาย ทั้งที่ในความเป็นจริงยังคงอยู่ครบถ้วน
ซึ่งแน่นอนว่าความท้าทายเมื่อ “ความไม่เชื่อ” กลายเป็นอาวุธ สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในปัจจุบันไม่ใช่เพียงแค่การมีข่าวปลอม แต่คือสภาวะ “The Liar’s Dividend” หรือกำไรของคนโกหก กล่าวคือ เมื่อสาธารณชนรู้ว่า AI สามารถสร้างอะไรก็ได้ขึ้นมา คนจะเริ่ม “ไม่เชื่อในสิ่งที่เป็นความจริง” ด้วยเช่นกัน

เมื่อมีภาพเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจริงถูกเผยแพร่ออกมา ฝ่ายที่เสียประโยชน์จะรีบตราหน้าทันทีว่าเป็น “ภาพจาก AI” สภาวะความสับสนนี้ทำให้การแสวงหาความจริงในวิกฤตการณ์โลกทำได้ยากขึ้น และนำไปสู่ความแตกแยกในสังคมที่เลือกเชื่อเฉพาะข้อมูลที่ตรงกับอคติของตนเอง

เราคนไทยคงปฎิเสธไม่ได้ที่จะไม่เสพสื่อข่าวสารสงครามในครั้งนี้ ซึ่งถ้าเราเป็นคนไทยในฐานะพลเมืองดิจิทัล การสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือในสงครามข้อมูลนี้ สามารถทำได้ผ่านหลักการตรวจสอบดังนี้

1. ให้ตรวจสอบ “ความสมบูรณ์ของภาพ” แม้ AI จะเก่งขึ้น แต่ยังมักพลาดในรายละเอียดที่ซับซ้อน เช่น เงาสะท้อนในดวงตา, จำนวนนิ้วมือที่ผิดปกติ, หรือฉากหลังที่เป็นตัวอักษรภาษาท้องถิ่นที่อ่านไม่เป็นคำ

2. มองหา “พยานหลักฐานร่วม” ข่าวใหญ่ระดับโลกหากเกิดขึ้นจริง จะต้องถูกรายงานโดยสำนักข่าวที่มีมาตรฐานจริยธรรมสูงพร้อมกัน และต้องมีภาพจากหลายมุมกล้องประกอบกัน

3. ต้องระวัง “อารมณ์นำหน้าเหตุผล” หากข่าวใดทำให้คุณรู้สึกโกรธแค้นหรือสะใจอย่างรุนแรงทันทีที่เห็น ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าข่าวนั้นอาจถูกออกแบบมาเพื่อปั่นหัว

4. หากสงสัยให้ใช้เครื่องมือตรวจสอบ ปัจจุบันมีเว็บไซต์ตรวจสอบลายน้ำดิจิทัล Watermark หรือ Metadata ของภาพข่าวที่สามารถบอกได้ว่าภาพนั้นถูกสร้างจากซอฟต์แวร์ตัวใด โดยใช้เครื่องมือตรวจสอบออนไลน์ไปที่ Google Lens & Google Images เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ให้คุณอัปโหลดรูปภาพที่สงสัยลงใน Google Images ระบบจะช่วยค้นหาที่มาของภาพว่าเคยปรากฏที่ไหนบ้าง และแสดงข้อมูล “About this image” เพื่อดูว่าภาพนี้ถูกพบครั้งแรกเมื่อไหร่ หรือเข้าไปที่ Google Gemini แนบรูปภาพข่าวไปแล้วพิพม์ว่า @SynthID AI จะแจ้งข้อมูลของภาพที่แนบไปให้เราทราบว่าสร้างด้วย AI หรือไม่

5. หลักสุดท้ายที่สำคัญคือให้ “หยุดคิดก่อนคลิกแชร์” การส่งต่อข้อมูลข่าวสารที่ผิดพลาดในช่วงวิกฤตของสงคราม ไม่ได้เป็นเพียงการแชร์ข่าว แต่เป็นการขยายวงกว้างของความขัดแย้งให้รุนแรงขึ้น

ในบทความนี้ผมเพียงอยากให้ทุกท่าน รู้เท่าทันสงครามสื่อ AI ในยุคของสงคราม อิหร่าน-สหรัฐฯ-อิสราเอล  ซึ่ง “ความจริง” กลายเป็นทรัพยากรที่หายากที่สุด การมีทักษะรู้เท่าทันปัญญาประดิษฐ์ AI Literacy หรือความเข้าใจในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์จึงไม่ใช่เรื่องของนักไอทีหรือนักวิชาการอีกต่อไป แต่เป็น “ทักษะการเอาตัวรอด” ของทุกคน การตั้งคำถามและการตรวจสอบอย่างเป็นระบบคือทางเดียวที่จะช่วยให้เราไม่ตกเป็นเบี้ยล่างในเกมการเมืองระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยอัลกอริทึมของ AI ปัญญาประดิษฐ์ครับ

บทความหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์ : หนังสือพิมพ์รายปักษ์ ประจำต้นเดือนเดือน 1-15 เมษายน 69 เพื่อการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาประเทศ สู่ความเข้มแข็งและมั่นคง. เรื่อง ”รู้เท่าทันสงครามสื่อ AI เมื่อ AI กลายเป็นอาวุธไร้เสียงในสงครามสื่ออิหร่าน-สหรัฐฯ-อิสราเอล” โดย อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา ปรึกษาประจำคณะอนุกรรมาธิการ ศึกษาการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เท่าทันต่อโลกดิจิทัลสภาผู้แทนราษฎร อาจารย์สอนด้านการตลาดออนไลน์ ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญการตลาดออนไลน์ดิจิทัล คอลัมนิสต์บทความหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์ วิทยากรด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิทยากรด้านอีคอมเมิร์ซ วิทยากรหลักสูตร PDPA คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และที่ปรึกษาผู้ประกอบการยุคใหม่ ที่ปรึกษาผู้ประกอบการ SMEs อดีตกูรูที่ปรึกษาด้านดิจิทัล SCB Business Center ธนาคารไทยพาณิชย์และอดีตคณบดีฝ่ายสื่อสารและพัฒนาแบรนด์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

คลิก โหลดอ่านฉบับเต็มหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์ ฟรี คอลัมนีสต์ อ.ดร.ต้นรัก

อ.ดร.ต้นรัก-คอลัมนีสต์เปิดโลกดิจิทัล
รู้เท่าทันสงครามสื่อ ai เมื่อ ai กลายเป็นอาวุธไร้เสียงในสงครามสื่ออิหร่าน สหรัฐ
Share: