รู้ทัน AI ใช้อย่างไรไม่ให้ตกเป็น “เหยื่อ” ในโลกดิจิทัล บทความประจำต้นเดือน 16-30 กันยายน 2569โดยคอลัมนีสต์ อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา คณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา วิทยากรด้านการตลาดและพัฒนาแบรนด์ อาจารย์สอนผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ AI อีคอมเมิร์ซ การตลาดออนไลน์ และ ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการศึกษาการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เท่าทันต่อโลกดิจิทัล

Share:
รู้ทัน ai ใช้อย่างไรไม่ให้ตกเป็น “เหยื่อ” อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา


รู้ทัน AI ใช้อย่างไรไม่ให้ตกเป็น “เหยื่อ” ในโลกดิจิทัล บทความประจำต้นเดือน 16-30 กันยายน 2569โดยคอลัมนีสต์ อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา คณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา วิทยากรด้านการตลาดและพัฒนาแบรนด์ อาจารย์สอนผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ AI อีคอมเมิร์ซ การตลาดออนไลน์ และ ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการศึกษาการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เท่าทันต่อโลกดิจิทัล

สวัสดีครับ ทุกวันนี้ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทยอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการช่วยค้นหาข้อมูล เขียนเอกสาร สร้างภาพ แปลภาษา วิเคราะห์ข้อมูล หรือช่วยทำงานในองค์กร ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และการศึกษา

แต่ในอีกด้านหนึ่ง AI ก็ถูกนำมาใช้เป็น “เครื่องมือของมิจฉาชีพ” ได้เช่นกัน และยิ่งเทคโนโลยีพัฒนาเก่งขึ้นเท่าไร การหลอกลวงก็ยิ่งแนบเนียนมากขึ้นเท่านั้น

วันนี้สิ่งที่ประชาชนต้องเรียนรู้จึงไม่ใช่แค่ “การใช้ AI ให้เป็น” แต่ต้อง “รู้ทัน AI” และป้องกันตัวเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อด้วย 

เมื่อเสียงที่ได้ยิน อาจไม่ใช่เสียงของคนที่เรารู้จัก หนึ่งในภัยที่น่ากังวลคือการใช้ AI ปลอมแปลงเสียง หรือ Voice Cloning มิจฉาชีพอาจนำเสียงของบุคคลจากคลิปในโซเชียลมีเดียไปสร้างเป็นเสียงเลียนแบบ แล้วโทรหรือส่งข้อความเสียงมาหาญาติ พ่อแม่ หรือเพื่อน โดยอ้างว่ากำลังประสบปัญหาและต้องการเงินด่วน เช่น “แม่ โอนเงินให้หน่อย หนูเกิดอุบัติเหตุ” หรือ “พี่ช่วยโอนเงินมาให้ก่อน เดี๋ยวจะคืนให้” หากได้ยินเสียงที่เหมือนคนในครอบครัว อย่าเพิ่งเชื่อทันที โดยเฉพาะเมื่อมีเรื่อง “เงิน” เข้ามาเกี่ยวข้อง ควรวางสายแล้วโทรกลับไปยังหมายเลขที่เราใช้ติดต่อบุคคลนั้นเป็นประจำ

ครอบครัวอาจกำหนด “คำลับ” หรือคำถามที่มีเพียงสมาชิกในครอบครัวเท่านั้นที่รู้ เพื่อใช้ตรวจสอบตัวตนในกรณีฉุกเฉิน


เห็นหน้าในวิดีโอ ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นตัวจริง AI สามารถสร้างภาพและวิดีโอที่เรียกว่า Deepfake ซึ่งสามารถทำให้บุคคลในภาพพูดหรือทำสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริงได้ ประชาชนอาจพบคลิปบุคคลมีชื่อเสียง นักธุรกิจ ดารา แพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญ ออกมาแนะนำการลงทุน สินค้า หรือบริการบางอย่าง ทั้งที่บุคคลเหล่านั้นไม่เคยพูดหรือรับรองเรื่องดังกล่าวจริง ดังนั้น อย่าตัดสินใจโอนเงิน ลงทุน หรือซื้อสินค้าเพียงเพราะ “เห็นคนดังพูดในคลิป” ให้ตรวจสอบจากเว็บไซต์ เพจ หรือช่องทางอย่างเป็นทางการของบุคคลและหน่วยงานนั้นอีกครั้งเสมอ

หลักง่าย ๆ คือ “เห็นก่อน อย่าเพิ่งเชื่อ ฟังก่อน อย่าเพิ่งโอน ตรวจสอบก่อนทุกครั้ง” ซึ่งแน่นอนว่าวันนี้ AI ทำให้ข้อความหลอกลวงดูน่าเชื่อถือขึ้น ในอดีตข้อความของมิจฉาชีพอาจมีคำผิด ใช้ภาษาแปลก ๆ หรือดูไม่เป็นธรรมชาติ แต่ปัจจุบัน AI สามารถช่วยเขียนข้อความภาษาไทยได้ดีมาก มิจฉาชีพสามารถสร้างข้อความปลอมให้ดูเหมือนข้อความจากธนาคาร บริษัทขนส่ง หน่วยงานราชการ หัวหน้างาน หรือคนรู้จักได้อย่างแนบเนียน เช่น

“บัญชีของท่านกำลังจะถูกระงับ กรุณายืนยันข้อมูลภายใน 30 นาที” “คุณมีพัสดุตกค้าง กรุณาชำระค่าธรรมเนียมผ่านลิงก์นี้” หรือ “ได้รับสิทธิ์รับเงินช่วยเหลือ กรุณากรอกข้อมูลเพื่อยืนยันสิทธิ์”

ข้อความที่สร้างความกลัว ความโลภ หรือความเร่งรีบ ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญ หากข้อความบังคับให้เราต้อง “รีบทำทันที” ควรหยุดและตรวจสอบก่อนเสมอ 

อย่าเอาข้อมูลสำคัญไปบอก AI โดยไม่จำเป็น อีกเรื่องที่ประชาชนและคนทำงานต้องระมัดระวังคือการนำข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลสำคัญไปป้อนในระบบ AI ไม่ควรใส่ข้อมูล เช่น เลขบัตรประชาชน, รหัสผ่าน, รหัส OTP, ข้อมูลบัตรเครดิต, เลขบัญชีธนาคาร, ข้อมูลสุขภาพที่เป็นความลับ, ข้อมูลลูกค้า, ข้อมูลภายในองค์กร หรือเอกสารราชการที่มีข้อมูลส่วนบุคคล


ก่อนส่งข้อมูลให้ AI ควรถามตัวเองว่า “ถ้าข้อมูลนี้หลุดออกไป เราจะเดือดร้อนหรือไม่…?” ถ้าคำตอบคือ “ใช่” ควรหลีกเลี่ยง หรือปกปิดข้อมูลสำคัญก่อนนำไปใช้งาน และอยากบอกทุกท่านว่า AI ก็สามารถให้ข้อมูลผิดได้ คนจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่า AI ตอบทุกอย่างได้ถูกต้อง แต่ในความเป็นจริง AI สามารถตอบผิด ให้ข้อมูลล้าสมัย หรือสร้างข้อมูลที่ดูน่าเชื่อถือแต่ไม่มีอยู่จริงได้


จึงไม่ควรนำคำตอบจาก AI ไปใช้ทันทีในเรื่องสำคัญ เช่น กฎหมาย การเงิน การแพทย์ การลงทุน หรือเอกสารราชการ โดยไม่ตรวจสอบแหล่งข้อมูลอื่นเพิ่มเติม AI ควรทำหน้าที่เป็น “ผู้ช่วยคิด” ไม่ใช่ “ผู้ตัดสินใจแทนมนุษย์” โดยเฉพาะเรื่องที่มีผลต่อชีวิต ทรัพย์สิน สุขภาพ หรือสิทธิของประชาชน ควรตรวจสอบจากหน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องโดยตรง


วันนี้ผมในฐานะคณะทำงานในคณะอนุกรรมาธิการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตามคำสั่งคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม ในเรื่อง “ศึกษาแนวทางบูรณาการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทยในมิติป้องกัน และป้องปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีต่อเศรษฐกิจและสังคม จึงขอนำสูตรง่าย ๆ 5 ข้อ ใช้ AI อย่างปลอดภัยสำหรับตัวผมเองมาแบ่งปันให้กับประชาชนสามารถใช้หลัก “หยุด–คิด–เช็ก–ป้องกัน–แจ้ง” ได้ดังนี้ครับ


1. หยุด อย่ารีบคลิกลิงก์ อย่ารีบโอนเงิน และอย่ารีบให้ข้อมูล
2. คิด ถามตัวเองว่าเรื่องนี้สมเหตุสมผลหรือไม่ เหตุใดอีกฝ่ายจึงเร่งให้เราทำทันที
3. เช็ก ตรวจสอบตัวบุคคล เบอร์โทร เว็บไซต์ บัญชีธนาคาร และข้อมูลจากหลายแหล่ง
4. ป้องกัน ตั้งรหัสผ่านที่คาดเดายาก เปิดการยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน และไม่เปิดเผย OTP ให้ใคร
5. แจ้ง หากสงสัยว่าเป็นการหลอกลวง ควรแจ้งธนาคาร แพลตฟอร์ม หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว


สรุปท้ายนี้อยากบอกประชาชนว่า เมื่อ AI ฉลาดขึ้น คนก็ต้องฉลาดขึ้นเช่นกัน เราคงไม่สามารถหยุดเทคโนโลยี AI ได้ และไม่จำเป็นต้องกลัว AI เพราะ AI เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างมหาศาล หากเราเรียนรู้และใช้อย่างถูกต้อง สิ่งที่สำคัญกว่าคือการสร้าง “ภูมิคุ้มกันดิจิทัล” ให้กับประชาชน เราต้องเข้าใจว่าในโลกยุคใหม่


ภาพอาจถูกสร้างขึ้น เสียงอาจถูกปลอมได้ วิดีโออาจไม่ใช่เหตุการณ์จริง ข้อความที่ดูเป็นทางการอาจมาจากมิจฉาชีพ และคำตอบจาก AI ก็ไม่ได้ถูกต้องเสมอไป ดังนั้น ทักษะที่สำคัญที่สุดในยุค AI ไม่ใช่เพียงการกดใช้งานเทคโนโลยีให้เก่ง แต่คือ “การคิด วิเคราะห์ และตรวจสอบก่อนเชื่อ” เทคโนโลยียิ่งฉลาดมากขึ้นเท่าไร มนุษย์ก็ยิ่งต้องมีสติมากขึ้นเท่านั้น ก่อนคลิก ก่อนแชร์ ก่อนให้ข้อมูล และก่อนโอนเงิน ให้หยุดคิดเพิ่มอีกสักนิด เพราะเพียงไม่กี่วินาทีของการตรวจสอบ อาจช่วยรักษาทั้งข้อมูลส่วนตัว เงินในบัญชี และความปลอดภัยของตัวเราและคนในครอบครัวได้ จำไว้ว่า “AI เป็นผู้ช่วยที่ดีได้ แต่เราต้องเป็นผู้ใช้ที่ฉลาดกว่า” ครับ ผม อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา

บทความหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์ : หนังสือพิมพ์รายปักษ์ ประจำปลายดือน 16- 31 กันยายน 69 เพื่อการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาประเทศ สู่ความเข้มแข็งและมั่นคง. เรื่อง รู้ทัน AI ใช้อย่างไรไม่ให้ตกเป็น “เหยื่อ” ในโลกดิจิทัล” โดย อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา คณะทำงานเพื่อศึกษาแนวทางบูรณาการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทย : มิติป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีต่อเศรษฐกิจและสังคม ในคณะอนุกรรมาธิการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตามคำสั่งคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา และปรึกษาประจำคณะอนุกรรมาธิการ ศึกษาการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เท่าทันต่อโลกดิจิทัลสภาผู้แทนราษฎร อาจารย์สอนด้านการตลาดออนไลน์ ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญการตลาดออนไลน์ดิจิทัล คอลัมนิสต์บทความหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์ วิทยากรด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิทยากรด้านอีคอมเมิร์ซ วิทยากรหลักสูตร PDPA คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และที่ปรึกษาผู้ประกอบการยุคใหม่ ที่ปรึกษาผู้ประกอบการ SMEs อดีตกูรูที่ปรึกษาด้านดิจิทัล SCB Business Center ธนาคารไทยพาณิชย์และอดีตคณบดีฝ่ายสื่อสารและพัฒนาแบรนด์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

คลิก โหลดอ่านฉบับเต็มหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์ ฟรี คอลัมนีสต์ อ.ดร.ต้นรัก

รู้ทัน ai ใช้อย่างไรไม่ให้ตกเป็น “เหยื่อ” อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา
รู้ทัน ai ใช้อย่างไรไม่ให้ตกเป็น “เหยื่อ” อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา 2
Share: