ภูมิคุ้มกัน AI และภูมิคุ้มกันดิจิทัลสูงวัยวาระแห่งชาติที่ท้องถิ่นต้องเร่งสร้าง บทความประจำต้นเดือน 1-15 มิถุนายน 2569โดยคอลัมนีสต์ อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา วิทยากรและอาจารย์สอนผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ AI และอีคอมเมิร์ซ การตลาดออนไลน์

ภูมิคุ้มกัน AI และภูมิคุ้มกันดิจิทัลสูงวัยวาระแห่งชาติที่ท้องถิ่นต้องเร่งสร้าง บทความประจำต้นเดือน 1-15 มิถุนายน 2569โดยคอลัมนีสต์ อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา วิทยากรและอาจารย์สอนผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ AI และอีคอมเมิร์ซ การตลาดออนไลน์
สวัสดีครับทุกท่าน ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์” (Aged Society) อย่างเต็มรูปแบบแล้ว ยิ่งในมิติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เราจะพบว่าสัดส่วนของประชากรวัยเก๋าในชุมชนต่างจังหวัดนั้นมีตัวเลขที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทว่าในขณะที่เรากำลังพยายามขับเคลื่อนประเทศไปสู่ยุคดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลับมีสิ่งหนึ่งที่เติบโตเป็นเงาตามตัวและน่ากลัวอย่างยิ่ง นั่นคือ “ภัยคุกคักทางไซเบอร์” ที่พุ่งเป้ามายังกลุ่มเปราะบางอย่างผู้สูงอายุในชุมชนของเรา
ภาพข่าวผู้สูงวัยถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินเก็บทั้งชีวิต หรือการกดลิงก์ปลอมจากข้อความ SMS จนสูญเงินในบัญชี ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป นี่ยังไม่นับรวมถึงปัญหา “ข่าวปลอม” (Fake News) และข้อมูลบิดเบือนด้านสุขภาพประเภท “แชร์ต่อยาวๆ ไลน์กลุ่มส่งต่อในตอนเช้า” ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกและส่งผลเสียต่อสุขภาวะของผู้สูงอายุโดยตรง ปัญหาเหล่านี้สะท้อนว่า ผู้สูงอายุไทยกำลังขาด “ภูมิคุ้มกันดิจิทัล” และหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์จะกลายเป็นระเบิดเวลาที่ทำลายเศรษฐกิจฐานรากและความสุขในครัวเรือนอย่างรุนแรง
ดังนั้น การสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลให้แก่ผู้สูงวัย จึงไม่ใช่แค่หน้าที่ของหน่วยงานส่วนกลาง แต่ต้องยกระดับเป็น “วาระแห่งชาติที่ท้องถิ่นต้องเร่งสร้าง” โดยมี อปท. เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน
ถึงเวลสแล้วที่ต้องทลายจุดอ่อน ยกระดับสู่แนวคิด “ศูนย์ AI และดิจิทัลไลฟ์สไตล์เพื่อผู้สูงอายุ” เพื่อแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืน อปท. ทั่วประเทศควรปรับบทบาทจากการตั้งรับ มาเป็นการรุกสร้างพื้นที่เรียนรู้ที่เท่าทันต่อยุคสมัย โดยผมขอเสนอแนวคิดการจัดตั้ง “ศูนย์ AI และดิจิทัลไลฟ์สไตล์เพื่อผู้สูงอายุ” (AI & Digital Lifestyle Center for Seniors) ให้เป็นหนึ่งในภารกิจหลักของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในท้องถิ่น ซึ่งรูปแบบการดำเนินงานสามารถแบ่งออกเป็น 3 แกนหลักสำคัญ ดังนี้ครับ
1. เปลี่ยนจาก “เหยื่อ” ให้เป็น “ผู้รู้เท่าทัน” ด้วยหลักสูตรความปลอดภัยไซเบอร์ ศูนย์นี้จะไม่ใช่แค่สอนเปิดเครื่องหรือเล่นไลน์ทั่วไป แต่ต้องเน้นย้ำการสร้างความตระหนักรู้ (Digital Literacy) เช่น การสอนให้สังเกตจุดพิรุธของลิงก์ปลอม วิธีการเช็กโปรไฟล์เพจปลอมที่ชอบนำรูปดารานักการเมืองมาแอบอ้างหลอกลงทุน และการจำลองสถานการณ์เมื่อมีสายลึกลับโทรเข้ามา เพื่อให้ผู้สูงอายุเกิดความคุ้นชินและไม่ตื่นตระหนกจนหลงกลมิจฉาชีพ
2. ใช้ AI เป็นเกราะป้องกันและคัดกรองข้อมูล เราสามารถนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาเป็นเครื่องมือช่วยปกป้องผู้สูงอายุได้ เช่น การสอนให้ผู้สูงวัยรู้จักใช้เครื่องมือตรวจสอบข่าวปลอมอัจฉริยะ หรือระบบแชตบอตที่ช่วยเช็กความถูกต้องของข้อมูลสุขภาพก่อนที่จะกดแชร์ต่อ นอกจากนี้ยังรวมถึงการแนะนำแอปพลิเคชันคัดกรองสายเรียกเข้าแปลกปลอม เพื่อตัดวงจรของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตั้งแต่ต้นทางอวางกระสอบทรายป้องกันได้ล่วงหน้า เปลี่ยนจากการ “ตามแก้ปัญหา” เป็นการ “ป้องกันก่อนเกิดภัย”
3. ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ เปลี่ยนเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสร้างความสุข นอกเหนือจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว ศูนย์นี้ควรส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างสร้างสรรค์ เช่น การสอนใช้งานแอปพลิเคชันพบแพทย์ออนไลน์ (Telemedicine) เพื่อลดภาระการเดินทางไปโรงพยาบาล การสอนสั่งซื้อสินค้าหรือชำระค่าบริการที่จำเป็นผ่านสมาร์ทโฟนอย่างปลอดภัย ตลอดจนการใช้ AI ช่วยสืบค้นข้อมูลงานอดิเรก ไม่ว่าจะเป็นการทำเกษตรอินทรีย์ขนาดเล็ก หรือการฝึกทักษะอาชีพใหม่ๆ ในวัยเกษียณ
ซึ่งผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ของการลงทุนสร้างภูมิคุ้มกันในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การที่ผู้สูงอายุใช้โทรศัพท์เป็น แต่คือการ “ปกป้องเงินออมของผู้สูงอายุ” ที่หามาทั้งชีวิตไม่ให้ไหลไปอยู่ในมือของมิจฉาชีพ และสิ่งที่เงินทองก็ซื้อไม่ได้คือ “ความอุ่นใจของคนในครอบครัว” ลูกหลานที่ไปทำงานในเมืองใหญ่จะสามารถทำงานได้อย่างหมดห่วง เพราะรู้ว่าพ่อแม่ปู่ย่าตายายที่อยู่ทางบ้านมีเกราะป้องกันตัวเองที่แข็งแกร่ง
ในฐานะที่ผม อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา ที่ทำงานขับเคลื่อนด้าน AI Literacy และมีโอกาสคลุกคลีกับการพัฒนาทักษะดิจิทัลให้แก่พี่น้องประชาชน ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า อปท. มีศักยภาพและมีความใกล้ชิดกับชุมชนมากพอที่จะเปลี่ยนผ่านผู้สูงวัยให้กลายเป็น “พลังขับเคลื่อนดิจิทัล” ที่เข้มแข็งได้
ถึงเวลาแล้วครับที่เราต้องร่วมมือกัน ปักหมุดนโยบายสร้างภูมิคุ้มกัน AI และภูมิคุ้มกันดิจิทัลสูงวัยให้เกิดขึ้นจริงในทุกท้องถิ่น เพื่อร่วมกันสร้างสังคมผู้สูงอายุของไทยให้เป็นสังคมที่สมาร์ท ปลอดภัย และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแท้จริง
บทความหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์ : หนังสือพิมพ์รายปักษ์ ประจำต้นเดือน 1- 15 มิถุนายน 69 เพื่อการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาประเทศ สู่ความเข้มแข็งและมั่นคง. เรื่อง “ภูมิคุ้มกัน AI และภูมิคุ้มกันดิจิทัลสูงวัยวาระแห่งชาติที่ท้องถิ่นต้องเร่งสร้าง” โดย อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา ปรึกษาประจำคณะอนุกรรมาธิการ ศึกษาการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เท่าทันต่อโลกดิจิทัลสภาผู้แทนราษฎร อาจารย์สอนด้านการตลาดออนไลน์ ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญการตลาดออนไลน์ดิจิทัล คอลัมนิสต์บทความหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์ วิทยากรด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิทยากรด้านอีคอมเมิร์ซ วิทยากรหลักสูตร PDPA คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และที่ปรึกษาผู้ประกอบการยุคใหม่ ที่ปรึกษาผู้ประกอบการ SMEs อดีตกูรูที่ปรึกษาด้านดิจิทัล SCB Business Center ธนาคารไทยพาณิชย์และอดีตคณบดีฝ่ายสื่อสารและพัฒนาแบรนด์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
คลิก โหลดอ่านฉบับเต็มหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์ ฟรี คอลัมนีสต์ อ.ดร.ต้นรัก












