อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะทำงานวุฒิสภา เดินหน้าศึกษาแนวทางบูรณาการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และป้องปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีของประเทศไทย

อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะทำงานวุฒิสภา เดินหน้าศึกษาแนวทางบูรณาการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และป้องปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีของประเทศไทย
นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในบทบาทระดับนโยบายของประเทศ เมื่อ อ.ดร.ต้นรัก (ธวัชชัย สุขสีดา) ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการศึกษาการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เท่าทันต่อโลกดิจิทัล และผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้รับเกียรติแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง คณะทำงานเพื่อศึกษาแนวทางบูรณาการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทย : มิติป้องกันและป้องปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีต่อเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้คณะอนุกรรมาธิการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ของคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา โดยมีผลตั้งแต่วันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
ที่มาและความสำคัญของภารกิจระดับชาติ
สืบเนื่องจากการประชุมคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา ได้มีมติปรับปรุงการจัดตั้งคณะอนุกรรมาธิการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อทำหน้าที่พิจารณาศึกษา รวบรวม และนำเสนอแนวทางดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการบริการภาครัฐ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีดิจิทัล การจัดการข้อมูล และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
ทางคณะกรรมาธิการฯ โดย นายนิเวศ พันธ์เจริญวรกุล ประธานคณะกรรมาธิการฯ วุฒิสภา ได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์ จึงมีมติตั้งคณะทำงานชุดนี้ขึ้น โดยพิจารณาคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถในระดับสูงเข้ามาร่วมขับเคลื่อน ซึ่ง อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาเป็นหนึ่งในพลังสำคัญของคณะทำงานครั้งนี้
เปิด 4 ขอบเขตอำนาจหน้าที่และภารกิจหลักใน 120 วัน
คณะทำงานชุดนี้มีกำหนดระยะเวลาปฏิบัติงานรวม 120 วัน เพื่อระดมสมองและจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในมิติสำคัญ ดังต่อไปนี้:
1.ศึกษาและวิเคราะห์สถานการณ์: ประเมินแนวโน้มของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและภัยคุกคามไซเบอร์รอบด้านที่กำลังส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย
2.วิเคราะห์ช่องว่างทางกฎหมาย: ค้นหาข้อจำกัดของกลไกทางกฎหมายในปัจจุบัน มาตรการป้องกัน และปัญหาในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่ออุดรอยรั่วจากกลโกงดิจิทัล
3.บูรณาการเชิงรุก 3 ภาคส่วน: เสนอแนะกลไกการประสานงานร่วมกันอย่างเป็นระบบระหว่าง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อสร้างเกราะป้องกันภัยไซเบอร์ที่ยั่งยืน
4.ผลักดันนโยบายและปรับปรุงกฎหมาย: ยกร่างข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนากฎหมายให้เท่าทันต่อเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป
มุ่งมั่นนำความเชี่ยวชาญด้าน AI และ Digital Literacy ยกระดับความปลอดภัยให้สังคมไทย
อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา เปิดเผยถึงความรู้สึกในโอกาสได้รับแต่งตั้งครั้งนี้ว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากคณะกรรมาธิการฯ วุฒิสภา ให้เข้ามามีส่วนร่วมในภารกิจสำคัญระดับประเทศ ปัจจุบันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่ตัวบุคคล แต่สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลและสังคมในวงกว้าง”
ในฐานะวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Literacy, AI Literacy และการตลาดดิจิทัล อ.ดร.ต้นรัก ตั้งเป้าหมายที่จะนำประสบการณ์จากการอบรมหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน มาประยุกต์ใช้ในคณะทำงาน โดยเฉพาะการผลักดันการสร้างความรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ (Digital Immunity) ให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ควบคู่ไปกับการเสนอแนวทางนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการตรวจจับ ป้องกัน และป้องปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ
การเข้ารับตำแหน่งในคณะทำงานฯ วุฒิสภาครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่จะช่วยเชื่อมโยงองค์ความรู้ภาควิชาการและการปฏิบัติงานจริง ไปสู่การกำหนดนโยบายระดับชาติ เพื่อสร้างประเทศไทยให้เป็นสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัย เติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืนต่อไป
เอกสารที่ สว (กมธ ๑) ๑๐๐๐๙/ว๒๖๑๔ คณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา ๑๑๑๑ ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. ๑๐๓๐๐
๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๙
เรื่อง ขอเชิญเป็นคณะทำงานเพื่อศึกษาแนวทางบูรณาการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทย : มิติป้องกันและป้องปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีต่อเศรษฐกิจและสังคม ในคณะอนุกรรมาธิการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ของคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา
เรียน นายธวัชชัย สุขสีดา
ด้วยในคราวประชุมคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา ครั้งที่ ๑/๒๕๖๙ วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๙ ได้มีมติปรับปรุงการตั้งคณะอนุกรรมาธิการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อพิจารณาศึกษา รวบรวม นำเสนอแนวทางในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการบริการภาครัฐ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีดิจิทัล การจัดการข้อมูล ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และการสร้างความมั่นคงปลอดภัยของเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานของคณะอนุกรรมาธิการเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในคราวประชุมคณะกรรมาธิการ ครั้งที่ ๑๘/๒๕๖๙ วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๙ จึงมีมติตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาแนวทางบูรณาการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทย : มิติป้องกันและป้องปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีต่อเศรษฐกิจและสังคม ในคณะอนุกรรมาธิการ โดยมีหน้าที่และอำนาจเพื่อศึกษาและวิเคราะห์สถานการณ์และแนวโน้มของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและภัยคุกคามไซเบอร์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย รวมทั้งวิเคราะห์ช่องว่างทางกฎหมายและข้อจำกัดของกลไกทางกฎหมาย มาตรการป้องกันและการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อเสนอแนะแนวทางและกลไกการบูรณาการเชิงรุกระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน รวมทั้งข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการปรับปรุงกฎหมาย ทั้งนี้ ระยะเวลาการปฏิบัติงาน ๑๒๐ วัน
คณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วเห็นว่า ท่านเป็นผู้มีความรู้ความสามารถที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวอันจะทำให้การปฏิบัติภารกิจของคณะกรรมาธิการเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงสมควรตั้งท่านเป็นคณะทำงาน ในคณะอนุกรรมาธิการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมดังกล่าว และมีผลตั้งแต่วันพุธที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙ โดยกำหนดการประชุม และการดำเนินการที่เกี่ยวข้องจะได้ประสานแจ้งเป็นคราว ๆ ไป
จึงเรียนมาเพื่อขอเชิญท่านเป็นคณะทำงาน ในคณะอนุกรรมาธิการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คณะกรรมาธิการหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงจะได้รับเกียรติจากท่าน หากมีข้อขัดข้องประการใด ขอได้โปรดแจ้งให้คณะกรรมาธิการทราบ ภายในวันจันทร์ที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๙ และขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้
ขอแสดงความนับถือ
(นายนิเวศ พันธ์เจริญวรกุล)
ประธานคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา













