ทฤษฎีความฉลาดทางอารมณ์ EI (Emotional Intelligence) อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา

ทฤษฎีความฉลาดทางอารมณ์ EI (Emotional Intelligence) อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา
EI (Emotional Intelligence) หรือ ความฉลาดทางอารมณ์ คือความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ และจัดการกับอารมณ์ของตนเอง รวมถึงการรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของผู้อื่น เพื่อใช้ในการสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์ที่ดี
ทฤษฎีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของ Daniel Goleman แบ่งองค์ประกอบของ EI ออกเป็น 5 ด้านหลัก ดังนี้
1. การรู้จักตนเอง (Self-awareness)
คือความสามารถในการรู้เท่าทันอารมณ์ ความคิด และความรู้สึกของตนเองในขณะที่เกิดขึ้น การตระหนักรู้จุดแข็งและจุดอ่อนของตนเองจะช่วยให้เราเข้าใจว่าอารมณ์เหล่านั้นส่งผลต่อพฤติกรรมและการตัดสินใจอย่างไร
2. การควบคุมตนเอง (Self-regulation)
คือความสามารถในการจัดการและควบคุมอารมณ์ที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ความโกรธ หรือความเครียด ไม่ให้แสดงออกอย่างวู่วาม ผู้ที่มีทักษะนี้จะมีความยืดหยุ่น สามารถปรับตัวตามสถานการณ์ และคิดทบทวนก่อนที่จะลงมือทำ
3. แรงจูงใจ (Motivation)
หมายถึงการมีแรงขับเคลื่อนภายในเพื่อบรรลุเป้าหมายมากกว่าเพียงแค่ผลตอบแทนภายนอก (เช่น เงินหรือตำแหน่ง) ซึ่งรวมถึงความกระตือรือร้น การมองโลกในแง่ดี และความมุ่งมั่นแม้ต้องเผชิญกับอุปสรรค
4. ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Empathy)
คือความสามารถในการเข้าใจความรู้สึกและมุมมองของผู้อื่น การรู้จัก “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” ช่วยให้เราสามารถตอบสนองต่อผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม และเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นในทีมงาน
5. ทักษะทางสังคม (Social skills)
คือความสามารถในการบริหารจัดการความสัมพันธ์และการสร้างเครือข่ายทางสังคม ทักษะนี้ครอบคลุมถึงการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การทำงานเป็นทีม การเจรจาต่อรอง และการจัดการกับความขัดแย้ง
สรุปความต่างระหว่าง EI และ EQ: อ.ดร.ต้นรัก ธวัชชัย สุขสีดา
แม้จะถูกใช้สลับกันบ่อยครั้ง แต่ EI (Emotional Intelligence) มักหมายถึงทักษะและความสามารถในการประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง ส่วน EQ (Emotional Quotient) มักถูกใช้ในเชิงการวัดผลหรือคะแนนที่ได้จากการประเมินทักษะเหล่านั้น













